0 min read 

การววิเคราะห์ประสิทธิภาพของสินทรัพย์ทำได้สองวิธี การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้ตัวชี้วัดเพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับราคาในอนาคตอ้างอิงตามความเคลื่อนไหวและปริมาณของสินทรัพย์ในอดีต การวิเคราะห์ประเภทนี้มักใช้ร่วมกับการวิเคราะห์พื้นฐาน

การวิเคราะห์พื้นฐานคือวิธีวัดค่ามูลค่าที่แท้จริงของหลักทรัพย์โดยดูจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเงินที่เกี่ยวข้อง นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะพิจารณาทุกสิ่งที่อาจส่งผลต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ ตั้งแต่ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เช่น สถานะของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ไปจนถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจจุลภาค เช่น ประสิทธิภาพของการจัดการองค์กร เป้าหมายของการประเมินดังกล่าวคือการประเมินตัวเลข ซึ่งเป็นมูลค่าที่นักเทรดสามารถเปรียบเทียบกับราคาปัจจุบันของสินทรัพย์ และทำความเข้าใจว่าราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงหรือต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง

แม้ว่าจะฟังดูไม่ซับซ้อน แต่ค่อนข้างยากที่จะทำความเข้าใจปัจจัยที่นักเทรดควรประเมินเพื่อสร้างความเห็นที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมูลค่าของหลักทรัพย์

เชิงปริมาณเทียบกับเชิงคุณภาพ

ปัจจัยเศรษฐกิจทั้งหมดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ปัจจัยพื้นฐานเชิงปริมาณหมายถึงทุกสิ่งที่สามารถนำเสนอเป็นตัวเลข ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นคุณลักษณะที่วัดค่าได้ของธุรกิจหรือด้านนั้นๆ คุณลักษณะเชิงคุณภาพมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของเทคโนโลยี การจดจำชื่อแบรนด์ ผู้บริหารหลักและคุณลักษณะอื่นๆ ของบริษัท ซึ่งอาจมีความชัดเจนน้อยกว่าแต่ก็มีความสำคัญ

มาดูที่ปัจจัยสำคัญที่คุณอาจต้องพิจารณาเมื่อต้องการเทรดหุ้น

วิเคราะห์หุ้นอย่างไร

การใช้งบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสดของบริษัทจะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจมูลค่าหุ้นได้ นักวิเคราะห์พื้นฐานใช้ข้อมูลการวิเคราะห์หุ้นเพื่อทำความเข้าใจสถานะของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม เศรษฐกิจและคู่แข่ง

แม้ว่าปัจจัยบางอย่างอาจถือได้ว่า “สำคัญกว่า” เช่น รายได้ของบริษัท แต่ในความเป็นจริงแล้วนักเทรดจำเป็นต้องประเมินบริษัทโดยรวมเพื่อทำการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ดี ทั้งปัจจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณสามารถเปลี่ยนสถานการณ์และมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของหุ้นได้

ปัจจัยเชิงคุณภาพที่สำคัญบางประการที่เราอาจพิจารณาเมื่อซื้อหรือขายหุ้น เช่นเดียวกับการเทรด CFD ของหุ้น ได้แก่

  • มเดลธุรกิจของบริษัท บริษัทเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ สาเหตุใดที่ทำให้บริษัทได้เงินหรือสูญเสียเงิน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจสถานะของบริษัทในตลาดเพื่อประเมินผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า
  • การแข่งขัน บริษัทมีข้อได้เปรียบการแข่งขันหรือไม่ บริการมีลักษณะเฉพาะหรือไม่ บางบริษัทสามารถดำรงอยู่ในอุตสาหกรรม เมื่อบริษัทสามารถกีดกันคู่แข่งไว้ได้ก็จะช่วยให้บริษัทตลอดจนผู้ถือหุ้นมีความสุขกับการเติบโตและสร้างผลกำไรระยะยาว เมื่อประเมินบริษัทในขั้นตอนนี้ พยายามทำตัวเป็นกลาง ไม่ให้ความได้เปรียบกับบริษัทที่คุณชอบเป็นการส่วนตัว
  • การจัดการและสไตล์การจัดการของบริษัท ความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกบริษัท และการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลการดำเนินงานทั้งในทางที่ดีและทางที่ไม่ดี
  • อุตสาหกรรม ลองย้อนกลับไปและประเมินอุตสาหกรรมที่บริษัทดำเนินงานโดยรวม บริษัทมีศักยภาพในอุตสาหกรรมหรือไม่ ปีหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรือบริษัทเล็ก สถานะในอุตสาหกรรมคือสิ่งที่มีอิทธิพลต่อบริษัทมากที่สุด

ปัจจัยเชิงปริมาณพื้นฐานที่สำคัญบางประการแสดงในอัตราส่วนต่อไปนี้

  • EPS (รายได้ต่อหุ้น) ตัวเลขนี้จะระบุผลกำไรของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้น EPS ยิ่งสูง ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทยิ่งมาก
  • อัตราส่วน P/E อัตราส่วนการประเมินมูลค่าที่สำคัญนี้เปรียบเทียบ EPS กับมูลค่าปัจจุบันของหุ้น กรณีที่ P/E สูง อาจเป็นสัญญาณว่าหุ้นมีมูลค่าสูงเกินไป หากอัตราส่วน P/E ต่ำ อาจส่งสัญญาณว่าบริษัทมีมูลค่าต่ำเกินไปหรือเป็นการลงทุนที่ไม่น่าสนใจ
  • PEG (ราคาต่อการเติบโตของกำไร) คำนวณโดยการหารอัตราส่วน P/E ของบริษัทด้วยอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นต่อปี อัตราส่วนนี้ใช้ประเมินประสิทธิภาพของบริษัทในช่วงเวลาหนึ่ง
  • ROA (อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์) ROA คำนวณโดยการหารรายได้รวมของบริษัทด้วยสินทรัพย์รวม แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีประสิทธิภาพเพียงใดในการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นรายได้
  • ROE (อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น) อัตราส่วนนี้วัดว่าบริษัทมีรายได้คืนให้กับผู้ถือหุ้นได้ดีเพียงใด

วิธีการหาข้อมูลนี้

ข้อมูลเชิงปริมาณส่วนใหญ่เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของหุ้นจะแสดงอยู่ในห้องเทรดที่แท็บ “ข้อมูล” ของทุกสินทรัพย์ หากต้องการค้นหารายงานรายได้ของบริษัท ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการจัดการและรายละเอียดอื่นๆ วิธีที่ดีที่สุดคือการไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ การดูโซเชียลมีเดียของบริษัทอาจเป็นวิธีที่ดีเช่นกัน เพราะอาจทำให้คุณทราบถึงการมุ่งเน้นลูกค้า การเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท

สรุป

ในการประเมินหุ้นมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ควรพิจารณา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความละเอียดรอบคอบของนักเทรดเอง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานหลักเหล่านี้เพียงพอแล้วสำหรับภาพรวม เพื่อเลือกสินทรัพย์ที่มีผลงานดีและเหมาะกับกลยุทธ์การเทรดของคุณ

เทรดตอนนี้