กลับ
อัปเดตแล้ว: กุมภาพันธ์ 24, 2026

ปีงบการเงินและไตรมาสงบประมาณคู่มือรอบรู้เรื่องวัฏจักรธุรกิจอย่างมืออาชีพ

เรียนรู้ว่าทำไมธุรกิจจึงเลือกใช้ปฏิทินรายงานที่แตกต่างกัน ว่าวงจรรายไตรมาสมีผลต่อการจ้างงาน การวางงบประมาณ และความผันผวนของตลาดอย่างไร และทำไมการเข้าใจไทม์ไลน์เหล่านี้จึงช่วยให้คุณตัดสินใจด้านการเงินและการลงทุนได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น
photo_2025-10-31 15.24.35
Mauricio Diaz
Trading Educator

ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

ปีงบการเงินหมายถึงช่วงเวลา 12 เดือนที่ธุรกิจใช้สำหรับการจัดทำบัญชีและรายงานภาษี รอบปีงบการเงินไม่จำเป็นต้องตรงกับปีปฏิทิน ในรอบปีงบการเงินของบริษัทจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 3 เดือน เรียกว่าไตรมาสทางการเงิน มักเขียนเป็น Q1, Q2, Q3 และ Q4 ช่วงเวลาเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “จุดวัดผล” ให้นักลงทุนและหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อประเมินว่าบริษัทมีรายได้เท่าไร ค่าใช้จ่ายเท่าไร และเหลือกำไรเท่าไร

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ทำงานอยู่ในแวดวงฟินเทคจึงรู้ดีว่ากฎระเบียบมีความเข้มงวดอย่างมาก ในอุตสาหกรรมฟินเทคการจัดทำรายงานทางการเงินรายไตรมาสไม่ใช่แค่งานรองทั่วๆ ไป แต่กระบวนการทำงบการเงินเป็นข้อบังคับที่มีความสำคัญสูง และส่งผลต่อการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของทั้งบริษัท เหตุผลที่อยากมาแชร์เรื่องนี้เพราะว่าการเข้าใจรอบการเงินจะสะท้อนให้เห็นจังหวะชีพจรของเศรษฐกิจโลกว่าเคลื่อนไหวอย่างไร

ความหมายของปีงบการเงิน

ปีงบการเงิน (หรือที่นิยมเรียกว่าปีงบประมาณ) หมายถึงรอบ “ปฏิทิน” อย่างเป็นทางการที่บริษัทใช้ติดตามด้านการเงิน คนส่วนใหญ่มองว่าหนึ่งปีเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม แต่หลายธุรกิจเลือกวันที่เริ่มต้นแตกต่างกันเพื่อให้สอดคล้องกับวงจรการขายปกติของบริษัท ระยะเวลา 12 เดือนเป็นช่วงเวลาที่ใช้คำนวณกำไรและขาดทุนเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษี

ร้านค้าปลีกอาจสิ้นสุดปีงบการเงินในเดือนมกราคม เพื่อปิดยอดช่วงวันหยุดเทศกาลและจัดการเกี่ยวกับการคืนของขวัญให้เรียบร้อยทั้งหมดก่อนเริ่มคำนวณสรุปผลกำไร การปิดบัญชีช่วงร้านไม่ยุ่งมักทำได้ง่ายกว่า แทนที่จะทำตอนลดราคาช่วงคริสต์มาส

Hกลไกของไตรมาสทางการเงินเป็นอย่างไร

ไตรมาสมีความหมายตรงตัวตามชื่อเรียก เปรียบเสมือน “ใบรายงานผล” สี่ฉบับที่บริษัทได้รับแต่ละปี แต่ละไตรมาสจะมีระยะเวลาสามเดือน หากบริษัทใช้ปีปฏิทินมาตรฐาน การแบ่งไตรมาสจะเป็นดังนี้

●  Q1 มกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม

●  Q2 เมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน

●  Q3 กรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน

●  Q4 ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม

ในบริษัทฟินเทคที่เคยทำงานจะถือว่าทุกสิ้นไตรมาสเป็นช่วงที่ต้อง “ระดมกำลังกันอย่างเต็มที่” ต้องตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าการรายงานมีความแม่นยำสูงสุดก่อนส่งให้หน่วยงานตรวจสอบ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่มีความกดดันสูง แต่ก็จะเห็นภาพชัดเจนว่าในที่สุดผลลัพธ์จากความทุ่มเทให้ผลตอบแทนเป็นรายได้จริงหรือไม่

ทางเลือกเชิงกลยุทธ์เหตุผลที่บริษัทเลือกวันเริ่มต้นที่ดูแปลก

บริษัทส่วนใหญ่จะเลือกปีงบการเงินให้สอดคล้องกับช่วงที่ยอดขายสูงและช่วงชะลอตัวของธุรกิจ หากรายได้ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดมาจากฤดูร้อนก็สามารถเลือกปีงบการเงินให้สิ้นสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง วิธีนี้จะช่วยให้รวบรวมทุกผลงานที่ดีที่สุดแล้วรายงานพร้อมกัน

ตัวอย่าง Apple

Apple เป็นตัวอย่างที่มีชื่อเสียง ปีการเงินของบริษัทสิ้นสุดช่วงปลายเดือนกันยายน ส่งผลให้ “ไตรมาสแรก” (Q1) ของบริษัทตรงกับเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นเทศกาลช้อปปิ้ง ไตรมาสที่ 1 ของบริษัทมักเป็นรายงานที่โดดเด่นที่สุดของปี

สถาบันการศึกษา

มหาวิทยาลัยหลายแห่งใช้ปีงบการเงินที่เริ่มต้นเดือนกรกฎาคมและสิ้นสุดเดือนมิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับปีการศึกษา ช่วยให้สามารถรวมข้อมูลค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับหนึ่งปีการศึกษาไว้ในรายงานการเงินฉบับเดียว

ธุรกิจด้านการเกษตร

เกษตรกรมักสิ้นสุดรอบปีหลังจากจบฤดูเก็บเกี่ยว นั่นเป็นเพราะเกษตรกรเพิ่งได้รับเงินสดจากการขายผลผลิตเพื่อนำไปจ่ายหนี้ที่ยืมมาซื้อเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี

ทำความเข้าใจฤดูกาลประกาศผลประกอบการ

ประมาณสองสัปดาห์ถึงสามสัปดาห์หลังจากไตรมาสสิ้นสุดจะเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า “ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ (Earnings Season)” ในช่วงดังกล่าวบริษัทมหาชนส่วนใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการต่อสาธารณะ ในช่วงนี้ตลาดจะผันผวนสูงเป็นพิเศษ หากบริษัทรายงานกำไรน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เพียง 1% ราคาหุ้นอาจร่วงลงแรง

การประชุมรายงานผลประกอบการ

หลังจากรายงานตัวเลขแล้ว บริษัทจะจัด “การประชุมรายงานผลประกอบการ (Earnings Call)” ซึ่งเป็นการประชุมแบบไลฟ์คอนเฟอร์เรนซ์ที่ CEO และ CFO จะมาพูดคุยกับนักลงทุน ในมุมมองจากประสบการณ์ของผม บางครั้งสิ่งที่ผู้บริหารพูดในการประชุมเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่าตัวเลขที่รายงานเสียอีก แม้บริษัทจะมีผลประกอบการประจำไตรมาสย่ำแย่ แต่หากนำเสนอแผนในอนาคตได้ชัดเจน ราคาหุ้นอาจปรับตัวสูงขึ้น

Gความแตกต่างของปีงบการเงินทั่วโลก

แต่ละประเทศหรืออุตสาหกรรมไม่ได้ยึดรอบเวลาเดียวกันทั้งหมด ความแตกต่างนี้อาจทำให้สับสนหากกำลังดูบริษัทต่างประเทศ ด้านล่างเป็นสรุปภาพรวมคร่าวๆ ว่าแต่ละประเทศกำหนดปีงบการเงินอย่างไร

ประเทศปีงบประมาณทั่วไป
สหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่เป็นวันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. (แต่บริษัทสามารถเลือกได้)
สหราชอาณาจักร1 เม.ย. – 31 มี.ค. (สำหรับบริษัท)
ออสเตรเลีย1 กรกฎาคม – 30 มิถุนายน
อินเดีย1 เมษายน – 31 มีนาคม

หมายเหตุ สหราชอาณาจักรมี “ปีภาษี” สำหรับบุคคลธรรมดาเริ่มวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นธรรมเนียมโบราณที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปี!

วงจรทางการเงินเหล่านี้ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร

ต่อให้ไม่ได้เป็นนักลงทุน ช่วงเวลาเหล่านี้ก็ยังส่งผลต่อชีวิตของคุณ วงจรทางการเงินทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลง

1. การผลักดันเป้าหมายช่วงสิ้นไตรมาส

คนที่ทำงานในบริษัทมักรู้สึกได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดช่วง “สิ้นไตรมาส” ทีมขายมักนำเสนอส่วนลดที่ดีที่สุดในสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดไตรมาสเพื่อทำยอดให้ได้ตามเป้า การตัดสินใจซื้อรถยนต์หรือซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจในวันสุดท้ายของไตรมาส (เช่น 31 มีนาคม 30 มิถุนายน เป็นต้น) มักจะทำให้มีอำนาจต่อรองสำหรับส่วนลดที่ดีที่สุด

2. การจ้างงานและการจัดทำงบประมาณ

บริษัทมักระงับการจ้างงานในไตรมาส 4 หากพบว่ามีการใช้งบประมาณก่อนหน้านั้นไปมากแล้ว ในทางกลับกันหากแผนกมีงบประมาณแบบ “ใช้ไม่หมดถูกตัด” อาจได้เห็นทีมเร่งใช้เงินจำนวนมากในเดือนสุดท้ายของปี เพื่อไม่ให้งบประมาณปีหน้าถูกตัดลดลง

3. การเงินส่วนบุคคลและภาษี

การรู้รอบปีภาษีของประเทศตนเองช่วยให้สามารถวางแผนจังหวะขายหุ้นหรือบริจาคเพื่อการกุศลสำหรับลดหย่อนภาษีได้สูงสุด

เอกสารสำคัญ เปรียบเทียบ 10-K กับ 10-Q

การเป็นนักลงทุนมืออาชีพต้องรู้จักชื่อเอกสารที่บริษัทต้องยื่นต่อภาครัฐ

●  10-Q รายงานประจำไตรมาส ประกอบด้วยรายละเอียดน้อยกว่ารายงานประจำปี ปกติมักไม่ต้องได้รับการออดิทจากสำนักงานสอบบัญชีภายนอก เอกสารนี้สะท้อนให้เห็น “สรุปภาพรวม” สถานะทางธุรกิจของบริษัท

●  10-K รายงานประจำปีฉบับสมบูรณ์ ประกอบด้วยรายละเอียดเชิงลึกที่ครบถ้วน และต้องได้รับการออดิทโดยสำนักงานสอบบัญชีอิสระเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของตัวเลข เนื้อหารายงานครอบคลุมประวัติของบริษัท โครงสร้างองค์กร และรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เผชิญอยู่

ปฏิทิน 4-4-5 เคล็ดลับของธุรกิจค้าปลีก

บริษัทบางแห่งจะใช้เทคนิคทางบัญชีเฉพาะที่เรียกว่าปฏิทิน 4-4-5 แทนที่จะเป็นเดือนตามปฏิทินทั่วไป โครงสร้างไตรมาสจะแบ่งออกเป็นสองเดือนที่มี 4 สัปดาห์ และหนึ่งเดือนที่มี 5 สัปดาห์

ทำไมจึงใช้วิธีนี้? เพราะจะทำให้ทุกไตรมาสมี 13 สัปดาห์พอดี และสิ้นสุดตรงวันเดิมของสัปดาห์เสมอ (เช่น วันเสาร์) วิธีนี้ทำให้การเปรียบเทียบ “ยอดขายปีนี้” กับ “ยอดขายปีที่แล้ว” ทำได้ง่ายขึ้น เพราะจำนวนของวันสุดสัปดาห์เท่ากัน ในโลกของธุรกิจค้าปลีกที่วันเสาร์เป็นวันที่มียอดขายมากที่สุด ความแม่นยำจึงสำคัญอย่างยิ่ง

สรุป

การเข้าใจปีงบการเงินและงบไตรมาสเปรียบได้กับการเรียนรู้กติกาของเกม เมื่อทราบหลักการแล้วทุกอย่างในโลกธุรกิจก็จะดูสมเหตุสมผลมากขึ้น ซึ่งจะเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังว่าทำไมบริษัทตัดสินใจดำเนินการแบบนั้นในช่วงเดือนมีนาคม หรือทำไมหุ้นบางตัวกลายเป็นประเด็นร้อนตอนเดือนตุลาคม

ครั้งหน้าที่ได้ข่าวเกี่ยวกับ “รายงานผลประกอบการ” ก็อย่าเพียงแค่ฟังผ่านๆ ให้จำไว้ว่าตัวเลขเหล่านั้นสะท้อนถึงความพยายามทุ่มเท ความกดดัน และการวางแผนกลยุทธ์ของผู้คนนับพันตลอดระยะเวลาสามเดือน

อัปเดตแล้ว: ก.พ. 24, 2026

Alexandre Raider

เขาทำงานในอุตสาหกรรมการเทรดมาเกือบ 6 ปี เคยมีส่วนร่วมในงานวิจัยเกี่ยวกับตลาดบราซิล และสื่อสารกับเทรดเดอร์เป็นประจำทุกวัน ปัจจุบัน Alexandre เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมและการสนับสนุนสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้อินสทรูเมนต์การเทรดที่มีความเสี่ยงสูง เขายินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้กับคุณ