ปีงบการเงินหมายถึงช่วงเวลา 12 เดือนที่ธุรกิจใช้สำหรับการจัดทำบัญชีและรายงานภาษี รอบปีงบการเงินไม่จำเป็นต้องตรงกับปีปฏิทิน ในรอบปีงบการเงินของบริษัทจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 3 เดือน เรียกว่าไตรมาสทางการเงิน มักเขียนเป็น Q1, Q2, Q3 และ Q4 ช่วงเวลาเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “จุดวัดผล” ให้นักลงทุนและหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อประเมินว่าบริษัทมีรายได้เท่าไร ค่าใช้จ่ายเท่าไร และเหลือกำไรเท่าไร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ทำงานอยู่ในแวดวงฟินเทคจึงรู้ดีว่ากฎระเบียบมีความเข้มงวดอย่างมาก ในอุตสาหกรรมฟินเทคการจัดทำรายงานทางการเงินรายไตรมาสไม่ใช่แค่งานรองทั่วๆ ไป แต่กระบวนการทำงบการเงินเป็นข้อบังคับที่มีความสำคัญสูง และส่งผลต่อการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของทั้งบริษัท เหตุผลที่อยากมาแชร์เรื่องนี้เพราะว่าการเข้าใจรอบการเงินจะสะท้อนให้เห็นจังหวะชีพจรของเศรษฐกิจโลกว่าเคลื่อนไหวอย่างไร

ความหมายของปีงบการเงิน
ปีงบการเงิน (หรือที่นิยมเรียกว่าปีงบประมาณ) หมายถึงรอบ “ปฏิทิน” อย่างเป็นทางการที่บริษัทใช้ติดตามด้านการเงิน คนส่วนใหญ่มองว่าหนึ่งปีเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม แต่หลายธุรกิจเลือกวันที่เริ่มต้นแตกต่างกันเพื่อให้สอดคล้องกับวงจรการขายปกติของบริษัท ระยะเวลา 12 เดือนเป็นช่วงเวลาที่ใช้คำนวณกำไรและขาดทุนเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษี
ร้านค้าปลีกอาจสิ้นสุดปีงบการเงินในเดือนมกราคม เพื่อปิดยอดช่วงวันหยุดเทศกาลและจัดการเกี่ยวกับการคืนของขวัญให้เรียบร้อยทั้งหมดก่อนเริ่มคำนวณสรุปผลกำไร การปิดบัญชีช่วงร้านไม่ยุ่งมักทำได้ง่ายกว่า แทนที่จะทำตอนลดราคาช่วงคริสต์มาส

Hกลไกของไตรมาสทางการเงินเป็นอย่างไร
ไตรมาสมีความหมายตรงตัวตามชื่อเรียก เปรียบเสมือน “ใบรายงานผล” สี่ฉบับที่บริษัทได้รับแต่ละปี แต่ละไตรมาสจะมีระยะเวลาสามเดือน หากบริษัทใช้ปีปฏิทินมาตรฐาน การแบ่งไตรมาสจะเป็นดังนี้
● Q1 มกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม
● Q2 เมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน
● Q3 กรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน
● Q4 ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม
ในบริษัทฟินเทคที่เคยทำงานจะถือว่าทุกสิ้นไตรมาสเป็นช่วงที่ต้อง “ระดมกำลังกันอย่างเต็มที่” ต้องตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าการรายงานมีความแม่นยำสูงสุดก่อนส่งให้หน่วยงานตรวจสอบ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่มีความกดดันสูง แต่ก็จะเห็นภาพชัดเจนว่าในที่สุดผลลัพธ์จากความทุ่มเทให้ผลตอบแทนเป็นรายได้จริงหรือไม่
ทางเลือกเชิงกลยุทธ์ – เหตุผลที่บริษัทเลือกวันเริ่มต้นที่ดู “แปลก“
บริษัทส่วนใหญ่จะเลือกปีงบการเงินให้สอดคล้องกับช่วงที่ยอดขายสูงและช่วงชะลอตัวของธุรกิจ หากรายได้ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดมาจากฤดูร้อนก็สามารถเลือกปีงบการเงินให้สิ้นสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง วิธีนี้จะช่วยให้รวบรวมทุกผลงานที่ดีที่สุดแล้วรายงานพร้อมกัน
ตัวอย่าง Apple
Apple เป็นตัวอย่างที่มีชื่อเสียง ปีการเงินของบริษัทสิ้นสุดช่วงปลายเดือนกันยายน ส่งผลให้ “ไตรมาสแรก” (Q1) ของบริษัทตรงกับเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นเทศกาลช้อปปิ้ง ไตรมาสที่ 1 ของบริษัทมักเป็นรายงานที่โดดเด่นที่สุดของปี
สถาบันการศึกษา
มหาวิทยาลัยหลายแห่งใช้ปีงบการเงินที่เริ่มต้นเดือนกรกฎาคมและสิ้นสุดเดือนมิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับปีการศึกษา ช่วยให้สามารถรวมข้อมูลค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับหนึ่งปีการศึกษาไว้ในรายงานการเงินฉบับเดียว
ธุรกิจด้านการเกษตร
เกษตรกรมักสิ้นสุดรอบปีหลังจากจบฤดูเก็บเกี่ยว นั่นเป็นเพราะเกษตรกรเพิ่งได้รับเงินสดจากการขายผลผลิตเพื่อนำไปจ่ายหนี้ที่ยืมมาซื้อเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี
ทำความเข้าใจ “ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ“
ประมาณสองสัปดาห์ถึงสามสัปดาห์หลังจากไตรมาสสิ้นสุดจะเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า “ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ (Earnings Season)” ในช่วงดังกล่าวบริษัทมหาชนส่วนใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการต่อสาธารณะ ในช่วงนี้ตลาดจะผันผวนสูงเป็นพิเศษ หากบริษัทรายงานกำไรน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เพียง 1% ราคาหุ้นอาจร่วงลงแรง
การประชุมรายงานผลประกอบการ
หลังจากรายงานตัวเลขแล้ว บริษัทจะจัด “การประชุมรายงานผลประกอบการ (Earnings Call)” ซึ่งเป็นการประชุมแบบไลฟ์คอนเฟอร์เรนซ์ที่ CEO และ CFO จะมาพูดคุยกับนักลงทุน ในมุมมองจากประสบการณ์ของผม บางครั้งสิ่งที่ผู้บริหารพูดในการประชุมเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่าตัวเลขที่รายงานเสียอีก แม้บริษัทจะมีผลประกอบการประจำไตรมาสย่ำแย่ แต่หากนำเสนอแผนในอนาคตได้ชัดเจน ราคาหุ้นอาจปรับตัวสูงขึ้น

Gความแตกต่างของปีงบการเงินทั่วโลก
แต่ละประเทศหรืออุตสาหกรรมไม่ได้ยึดรอบเวลาเดียวกันทั้งหมด ความแตกต่างนี้อาจทำให้สับสนหากกำลังดูบริษัทต่างประเทศ ด้านล่างเป็นสรุปภาพรวมคร่าวๆ ว่าแต่ละประเทศกำหนดปีงบการเงินอย่างไร
| ประเทศ | ปีงบประมาณทั่วไป |
| สหรัฐอเมริกา | ส่วนใหญ่เป็นวันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. (แต่บริษัทสามารถเลือกได้) |
| สหราชอาณาจักร | 1 เม.ย. – 31 มี.ค. (สำหรับบริษัท) |
| ออสเตรเลีย | 1 กรกฎาคม – 30 มิถุนายน |
| อินเดีย | 1 เมษายน – 31 มีนาคม |
หมายเหตุ สหราชอาณาจักรมี “ปีภาษี” สำหรับบุคคลธรรมดาเริ่มวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นธรรมเนียมโบราณที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปี!
วงจรทางการเงินเหล่านี้ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร
ต่อให้ไม่ได้เป็นนักลงทุน ช่วงเวลาเหล่านี้ก็ยังส่งผลต่อชีวิตของคุณ วงจรทางการเงินทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลง
1. การผลักดันเป้าหมายช่วง “สิ้นไตรมาส“
คนที่ทำงานในบริษัทมักรู้สึกได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดช่วง “สิ้นไตรมาส” ทีมขายมักนำเสนอส่วนลดที่ดีที่สุดในสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดไตรมาสเพื่อทำยอดให้ได้ตามเป้า การตัดสินใจซื้อรถยนต์หรือซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจในวันสุดท้ายของไตรมาส (เช่น 31 มีนาคม 30 มิถุนายน เป็นต้น) มักจะทำให้มีอำนาจต่อรองสำหรับส่วนลดที่ดีที่สุด
2. การจ้างงานและการจัดทำงบประมาณ
บริษัทมักระงับการจ้างงานในไตรมาส 4 หากพบว่ามีการใช้งบประมาณก่อนหน้านั้นไปมากแล้ว ในทางกลับกันหากแผนกมีงบประมาณแบบ “ใช้ไม่หมดถูกตัด” อาจได้เห็นทีมเร่งใช้เงินจำนวนมากในเดือนสุดท้ายของปี เพื่อไม่ให้งบประมาณปีหน้าถูกตัดลดลง
3. การเงินส่วนบุคคลและภาษี
การรู้รอบปีภาษีของประเทศตนเองช่วยให้สามารถวางแผนจังหวะขายหุ้นหรือบริจาคเพื่อการกุศลสำหรับลดหย่อนภาษีได้สูงสุด
เอกสารสำคัญ เปรียบเทียบ 10-K กับ 10-Q
การเป็นนักลงทุนมืออาชีพต้องรู้จักชื่อเอกสารที่บริษัทต้องยื่นต่อภาครัฐ
● 10-Q รายงานประจำไตรมาส ประกอบด้วยรายละเอียดน้อยกว่ารายงานประจำปี ปกติมักไม่ต้องได้รับการออดิทจากสำนักงานสอบบัญชีภายนอก เอกสารนี้สะท้อนให้เห็น “สรุปภาพรวม” สถานะทางธุรกิจของบริษัท
● 10-K รายงานประจำปีฉบับสมบูรณ์ ประกอบด้วยรายละเอียดเชิงลึกที่ครบถ้วน และต้องได้รับการออดิทโดยสำนักงานสอบบัญชีอิสระเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของตัวเลข เนื้อหารายงานครอบคลุมประวัติของบริษัท โครงสร้างองค์กร และรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เผชิญอยู่
ปฏิทิน 4-4-5 เคล็ดลับของธุรกิจค้าปลีก
บริษัทบางแห่งจะใช้เทคนิคทางบัญชีเฉพาะที่เรียกว่าปฏิทิน 4-4-5 แทนที่จะเป็นเดือนตามปฏิทินทั่วไป โครงสร้างไตรมาสจะแบ่งออกเป็นสองเดือนที่มี 4 สัปดาห์ และหนึ่งเดือนที่มี 5 สัปดาห์
ทำไมจึงใช้วิธีนี้? เพราะจะทำให้ทุกไตรมาสมี 13 สัปดาห์พอดี และสิ้นสุดตรงวันเดิมของสัปดาห์เสมอ (เช่น วันเสาร์) วิธีนี้ทำให้การเปรียบเทียบ “ยอดขายปีนี้” กับ “ยอดขายปีที่แล้ว” ทำได้ง่ายขึ้น เพราะจำนวนของวันสุดสัปดาห์เท่ากัน ในโลกของธุรกิจค้าปลีกที่วันเสาร์เป็นวันที่มียอดขายมากที่สุด ความแม่นยำจึงสำคัญอย่างยิ่ง
สรุป
การเข้าใจปีงบการเงินและงบไตรมาสเปรียบได้กับการเรียนรู้กติกาของเกม เมื่อทราบหลักการแล้วทุกอย่างในโลกธุรกิจก็จะดูสมเหตุสมผลมากขึ้น ซึ่งจะเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังว่าทำไมบริษัทตัดสินใจดำเนินการแบบนั้นในช่วงเดือนมีนาคม หรือทำไมหุ้นบางตัวกลายเป็นประเด็นร้อนตอนเดือนตุลาคม
ครั้งหน้าที่ได้ข่าวเกี่ยวกับ “รายงานผลประกอบการ” ก็อย่าเพียงแค่ฟังผ่านๆ ให้จำไว้ว่าตัวเลขเหล่านั้นสะท้อนถึงความพยายามทุ่มเท ความกดดัน และการวางแผนกลยุทธ์ของผู้คนนับพันตลอดระยะเวลาสามเดือน
