กลับ
อัปเดตแล้ว: กันยายน 15, 2021

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 ช่วง ใช้งานอย่างไร

หนึ่งในตัวชี้วัดที่ถูกใช้มากที่สุด ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ มีหลายรูปแบบและตัวเลือกการตั้งค่ามากมาย มันคือตัวชี้วัดตาม ซึ่งหมายความว่ามันอาศัยผลงานของกราฟในอดีต ใช้ข้อมูลจากวันและสัปดาห์ก่อนหน้านั้นเพื่อคาดการณ์แนวโน้มของอนาคต exponential moving average (EMA) 50 ช่วง คือเครื่องมือยอดนิยมที่ใช้งานกันอย่างกว้างขวางสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์และหุ้น การตั้งค่าของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่นี้เป็นเกณฑ์ที่สำคัญ: เป็นพื้นฐานที่เป็นกลางสำหรับนักเทรดในการเฝ้าดูการเทรด

มีหลายวิธีในการใช้ 50 EMA เนื่องจากมันคือตัวชี้วัดอเนกประสงค์ สามารถให้สัญญาณต่างๆ ได้มากมาย เมื่อเรียนรู้วิธีตั้งค่า นักเทรดอาจเพิ่มแนวทางการเทรดด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคใหม่

วิธีการตั้งค่า

ในการตั้งค่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 ช่วง อันดับแรกเปิดห้องเทรดและค้นหา “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่” ในรายการของตัวชี้วัดยอดนิยม

การตั้งค่า 50 EMA

เปลี่ยนช่วงเวลาของตัวชี้วัดไปเป็น 50 และเลือก “EMA” ในประเภทตัวชี้วัด EMA คือ exponential moving average ประเภทของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่เน้นการเปลี่ยนแปลงของราคาล่าสุดโดยการกำหนดด้วยน้ำหนักที่ใหญ่กว่าในการคำนวณ

การเลือก 50 ช่วง หมายความว่าตัวชี้วัดจะอยู่นำแท่งเทียน 50 อัน ล่าสุดมาคำนวณ กรอบเวลาของแท่งเทียนที่คุณเลือกกำหนดวิธีที่ตัวชี้วัดวิเคราะห์กราฟ ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนกรอบเวลาของแท่งเทียนเป็น “1 วัน” จะเปลี่ยนตัวชี้วัดเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน และอาจเหมาะสำหรับการเทรดในกรอบเวลาที่ยาวกว่าบนกราฟ การใช้ EMA 50 ช่วง สมมติว่ากราฟแท่งเทียนรายชั่วโมงทำงานได้ดีสำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน

EMA 50 วัน นำไปใช้กับกราฟ Tesla Inc.

เด้งแนวรับและแนวต้าน

หนึ่งในสัญญาณที่เป็นไปได้ที่นักเทรดสามารถมองหาได้ด้วย EMA 50 ช่วง คือเด้งแนวรับและแนวต้าน

หากราคายังอยู่เหนือ EMA 50 ช่วงเช่นนั้นจะดึงกลับแนวรับและเด้งขาขึ้น อาจพิจารณาว่าเป็นสัญญาณซื้อและการเข้าระยะยาวอาจเป็นไปได้ ในเวลาเดียวกัน หากราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้นตัวชี้วัด เช่นนั้นจะดึงกลับและเด้งขาลง มันอาจเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาลงและจุดเข้าระยะสั้นที่เป็นไปได้

เพื่อแสดงให้เห็นสิ่งนี้ด้วยตัวอย่าง ลองดูที่กราฟฟอเร็กซ์ EUR/USD นี้

เด้งบนกราฟ EUR/USD

กราฟเคลื่อนไหวอย่างมั่นใจเหนือตัวชี้วัด ซึ่งทำหน้าที่เป็นระดับแนวรับสำหรับราคา จากนั้นแท่งเทียนเริ่มเคลื่อนตัวต่ำลงและแตะตัวชี้วัด มีจุดกลับตัวตามมาหลังราคากระเด้งออกจากตัวชี้วัดขาขึ้น อาจเปิดดีล “ซื้อ” ได้เมื่อแท่งเทียนสีเขียวอันแรกปิด ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น

ราคาทะลุกรอบ

อีกหนึ่งเทคนิคเพื่อใช้กับ EMA 50 ช่วงคือราคาทะลุกรอบ ในการเทรดราคาทะลุกรอบ นักเทรดต้องรอกราฟให้ตัดกับเส้นตัวชี้วัดในทิศทางขึ้นหรือลง เมื่อกราฟเคลื่อนตัวต่ำกว่าตัวชี้วัดแล้วตัดจากด้านล่างด้านบน จะได้รับสัญญาณให้ “ซื้อ” เมื่อแท่งเทียนสีเขียวแท่งแรกปิดเหนือเส้นตัวชี้วัด ในทำนองเดียวกัน เมื่อกราฟเคลื่อนที่เหนือ EMA 50 ช่วงและตัดจากด้านบนด้านล่าง จะได้รับสัญญาณ “ขาย” เมื่อแท่งเทียนสีแดงแท่งแรกปิดต่ำกว่า EMA 

ในตัวอย่างด้านล่าง กราฟ CHF/JPY เข้าแนวโน้ม Bullish หลังจากตัด EMA 50 ช่วง จากข้างบน

ราคาทะลุกรอบบนกราฟฟอเร็กซ์ CHF/JPY

Stop Loss และ Take Profit

ในขณะที่ส่วนมาก EMA 50 ช่วง ให้ทิศทางที่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแม่นยำ 100% ไม่มีตัวชี้วัดที่สามารถคาดการณ์พฤติกรรมของตลาดได้ถูกต้องตลอดเวลา นี่คือสาเหตุว่าทำไมเครื่องมือการจัดการความเสี่ยงคือสิ่งจำเป็นแม้แต่ในกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดนี้

นักเทรดอาจกำหนด Stop Loss ที่ระดับสูงสุดก่อนราคาทะลุกรอบ ยกตัวอย่าง นักเทรดที่เปิดเทรด Bullish อาจวาง Stop Loss ที่จุดต่ำสุดก่อนหน้านั้น นักเทรดเปิดเทรด Bearish อาจวางระดับหยุดที่จุดสูงสุดก่อนหน้านั้น

การวาง Stop Loss ที่เป็นไปได้

ตัวอย่างข้างต้นแสดงตำแหน่งที่เป็นไปได้ของระดับ Stop Loss สำหรับเทรดราคาทะลุกรอบบน CHF/JPY 

การตั้งค่าระดับ Take Profit ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำเพราะมันทำให้จัดการเงินและความเสี่ยงได้ดีขึ้นและช่วยขัดขวางการเทรดที่ใช้อารมณ์

Conclusion

EMA 50 ช่วงคือตัวชี้วัดเอนกประสงค์ที่สามารถใช้กับกรอบเวลาต่างๆ ได้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของนักเทรด สามารถใช้เพื่อกำหนดแนวรับและแนวต้านบน และอาจแสดงการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มที่เป็นไปได้ การรวมตัวชี้วัดนี้เข้ากับกลยุทธ์ของคุณอาจให้ผลตอบแทน แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำกฎการบริหารความเสี่ยงและฝึกอ่านสัญญาณในบัญชีทดลองก่อน

อัปเดตแล้ว: ก.ย. 15, 2021

Tatiana Tenny

Tatiana started in customer support, answering trader questions day to day. Over 8 years she moved into retention content and then CRM - managing communications across email, push, and in-app channels for different trader segments. She's seen the same questions, frustrations, and decisions from the trader side long enough to know what actually helps and what doesn't. At IQ Option, that background shapes how she approaches editorial: content that works for real traders, not just one that ranks.