1 min read 

ดัชนีกำลังสัมพัทธ์ (Relative Strength Index) หรือ RSI คือออสซิลเลเตอร์โมเมนตัมที่ใช้วัดความเร็วและขนาดการเคลื่อนไหวของราคาทิศทาง  ตัวชี้วัดนี้แสดงสัญญาณซื้อขายให้กับนักลงทุนเมื่อสินทรัพย์ Overbought หรือ Oversold

RSI
ใช้ตัวชี้วัด RSI พร้อมการตั้งค่ามาตรฐาน

RSI อยู่ในช่วง 0 ถึง 100% และสามารถระบุได้โดยเส้นความผันผวนเดียว ยิ่งเส้นนี้เข้าใกล้จุดศูนย์มากเท่าไร ยิ่งมีโอกาสสูงที่สินทรัพย์จะ Oversold ในกรณีนี้คาดว่าราคาจะสูงขึ้น เมื่อ RSI เข้าใกล้ 100% สินทรัพย์มีโอกาสจะเป็น Overbought ตามข้อมูลของตัวชี้วัด ราคาสินทรัพย์จะตกลงอีกไม่นาน

เกี่ยวกับผู้พัฒนา

J. Welles Wilderตัวชี้วัดได้รับการสร้างและพัฒนาโดยวิศวกรชาวอเมริกันที่ชื่อว่า J. Welles Wilder ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีชื่อเสียง

ปี 1978 ได้ปรากฏบนนิตยสารที่ขายดีที่สุด New Concepts ในส่วน Technical Trading Systems และนิตยสาร Commodities ฉบับเดือนมิถุนายน (ปัจจุบันคือนิตยสาร Futures) ดัชนีนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในดัชนีออสซิลเลเตอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และตอนนี้ถือเป็นดัชนีหลักในซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ทางเทคนิค

วิธีใช้ตัวชี้วัด RSI ในการเทรด

ดังข้อมูลข้างต้นค่า RSI จะอยู่ระหว่าง 0 และ 100% RSI ถูกมองว่าเป็น Overbought เมื่อมากกว่า 70% และจะเป็น Oversold เมื่อต่ำกว่า 30% หากตัวชี้วัดแสดงสัญญาณเตือนที่ผิดพลาดเป็นจำนวนมาก สามารถเพิ่มระดับ Overbought ถึง 80 และลดระดับ Oversold เป็น 20

RSI how to use in trading
วิธีใช้ตัวชี้วัด RSI

อ่านเพิ่มเติม: 6 วิธีทำกำไรสูงสุดจากตัวชี้วัด RSI

J. Welles Wilder แนะนำระยะเวลาในการปรับเรียบ (smoothing period) 14 ช่วง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามวัตถุประสงค์ของกลยุทธ์ในระยะสั้นและระยะยาว ช่วงที่สั้นกว่าหรือนานกว่าจะใช้สำหรับมุมมองที่สั้นกว่าหรือยาวกว่า

RSI เป็นตัวชี้วัดสากลและสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเทรดสินทรัพย์ต่างๆ ตั้งแต่ดัชนีไปจนถึงคู่สกุลเงินและตราสารอนุพันธ์

โปรดทราบว่าช่วงที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง RSI จะยังคงอยู่ในโซน Oversold/Overbought เป็นเวลานาน!

การตั้งค่าและการกำหนดค่า RSI

หากต้องการใช้ดัชนีกำลังสัมพัทธ์ (Relative Strength Index) ในแพลตฟอร์มการเทรด IQ Option ให้คลิกที่ปุ่ม “ตัวชี้วัด” ที่มุมล่างซ้ายของหน้าจอ เลือก “RSI” จากรายการตัวชี้วัด

Go to the indicators tab and pick the RSI
ไปที่แท็บตัวชี้วัดและเลือก RSI

จากนั้นคลิกปุ่ม “ใช้งาน” หากคุณต้องการใช้การตั้งค่ามาตรฐาน กราฟ RSI จะแสดงขึ้นที่ด้านล่างของหน้าจอ

นักเทรดมืออาชีพอาจต้องการดำเนินการเพิ่มอีกขั้นตอน โดยกดเลือกที่แท็บ “ตั้งค่าและนำไปใช้”

เลือกการตั้งค่า RSI: ช่วงเวลาที่ต้องการ ตลอดจนระดับ Overbought และ Oversold เพื่อความอ่อนไหว/ความแม่นยำมากขึ้น โปรดจำไว้ว่าช่องทางที่กว้างขึ้นจะมีสัญญาณน้อยลง แต่สัญญาณจะแม่นยำยิ่งขึ้น ตรงกันข้ามคือกรณีที่ระดับเพดานใกล้กัน สัญญาณครอสโอเวอร์จะปรากฏบ่อยขึ้น แต่จำนวนการเตือนที่ผิดพลาดก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน โปรดจำไว้ว่าการเพิ่มค่าพารามิเตอร์ “ช่วงระยะเวลา” จะทำให้ตัวชี้วัดมีความอ่อนไหวน้อยลง

Choose RSI Settings 70/30 or 80/20
ตั้งค่าตัวชี้วัดตามที่คุณต้องการ

วิธีมาตรฐาน – 70/30

วิธีนี้จะใช้ระยะเวลาในการปรับเรียบ (smoothing period) 14 ช่วง ระดับ Oversold 30% และระดับ Overbought 70% นี่เป็นการตั้งค่าล่วงหน้าที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับตัวชี้วัดนี้ นักเทรดคาดหวังว่า RSI จะเด้งออกจากเส้น 30 และ 70 พารามิเตอร์มาตรฐานมักจะเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางแนวโน้มที่แท้จริงเสมอไป

วิธีดั้งเดิม – 80/20

วิธีนี้จะใช้ระยะเวลาในการปรับเรียบ (smoothing period) 21 ช่วง ระดับ Oversold 20% และระดับ Overbought 80% นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงจะตั้งตัวชี้วัดในลักษณะที่ทำให้ RSI มีความอ่อนไหวน้อยลง และลดจำนวนสัญญาณที่ไม่ถูกต้องให้น้อยที่สุด ระดับสูงและต่ำสูงสุด – 90 และ 10 – เกิดขึ้นน้อยกว่า แต่บ่งบอกถึงโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง

ไดเวอร์เจนท์ (Divergence)

Divergence เป็นอีกวิธีในการใช้ตัวชี้วัดที่กล่าวถึงข้างต้น หากการเคลื่อนไหวของราคาอ้างอิงไม่ได้รับการยืนยันจาก RSI มันสามารถส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มได้

rsi-in-trading
Divergence เป็นตัวชี้วัดการกลับตัวของราคา

Divergence สามารถเป็นตัวชี้วัดที่ดีสำหรับการกลับตัวของราคาที่กำลังจะเกิดขึ้น ในตัวอย่างข้างต้น ราคาของสินทรัพย์ลดลง ขณะที่ RSI แสดงการเคลื่อนไหวตรงกันข้าม สถานการณ์นี้ตามมาด้วยการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม

สรุป

RSI คือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ สามารถแจ้งนักเทรดว่าควรซื้อและขายตอนไหน บางครั้งสามารถทำนายแนวโน้มที่ตัวชี้วัดอื่นๆ ตอบสนองช้าเกินไป แต่ตัวชี้วัดนี้ไม่ค่อยได้ใช้ตามลำพัง ดังนั้นแนะนำให้ใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆ RSI สามารถใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นเพื่อความแม่นยำและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น

ลองเลย