นักลงทุนชอบ ETF ของ S&P 500 เพราะให้การกระจายความเสี่ยงที่เรียบง่ายครอบคลุมบริษัทยักษ์ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะอ้างอิงดัชนีเดียวกัน แต่ ETF ที่ติดตามดัชนีไม่ได้เหมือนกัน SPY, IVV และ VOO ต่างก็ติดตามดัชนี S&P 500 แต่มีความแตกต่างในเรื่องต้นทุน โครงสร้าง สภาพคล่อง ประสิทธิภาพด้านภาษี และวัตถุประสงค์การลงทุนที่เหมาะสม
สิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งและเห็นผลได้ชัดในระยะยาว แม้แต่ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยก็สามารถสะท้อนออกมาเป็นส่วนต่างของผลตอบแทนที่วัดค่าได้อย่างชัดเจน
คู่มือนี้จะอธิบายทุกประเด็นแบบครบถ้วนและเข้าใจง่าย ไม่มีการคาดเดา เพียงแค่อธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า SPY, IVV และ VOO คล้ายกันอย่างไร พร้อมแนะแนวทางการเลือกกองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุน
อะไรทำให้ ETF ดัชนี S&P 500 แตกต่างกันทั้งที่อิงดัชนีเดียวกัน
หากมองเพียงผิวเผิน ทั้งสามกองทุน SPY, IVV และ VOO ดูเหมือนจะแทนกันได้ เพราะว่าอิงดัชนีเดียวกัน บริษัทเดียวกัน และสะท้อนตลาดสหรัฐฯ เหมือนกัน แต่เมื่อเจาะลึกลงไป กลไกของ ETF แต่ละตัวทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน
● โครงสร้างแต่ละกองทุนต่างกัน (กองทุนรวมกำหนดหน่วยลงทุนคงที่ (UIT) ชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (Mutual Fund Share Class) กองทุนรวมไม่จำกัดจำนวนหน่วย (Open-End Fund))
● การจัดการเงินปันผลแตกต่างกัน
● นำกระแสเงินสดไปรีอินเวสต์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน
● สภาพคล่องและปริมาณเทรดอาจแตกต่างกันอย่างมาก
● ความแตกต่างของค่าธรรมเนียมที่ดูเหมือนน้อยในระดับจุดทศนิยมสามารถส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนสุทธิอย่างชัดเจนจากการทบต้นเมื่อเวลาผ่านไป

SPY เป็นกองทุนรวม ETF ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในตลาดและเหมาะกับเทรดเดอร์มากที่สุด
SPY เป็น ETF ที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เปิดตัวเมื่อปี 1993 และกลายเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรม ETF ในปัจจุบัน ความนิยมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชื่อเสียงในอดีต แต่ SPY ยังคงเป็น ETF ที่มีการซื้อขายมากที่สุด และมีสภาพคล่องสูงที่โดดเด่นเหนือกว่า
จุดเด่นของ SPY
● มีสภาพคล่องลึกที่สุดในบรรดา ETF ทั่วโลก
● สเปรดแคบทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายมีประสิทธิภาพสูง
● เทรดเดอร์ สถาบัน และเฮดจ์ฟันด์จะใช้ SPY สำหรับกลยุทธ์ระยะสั้น
● มีตลาดออปชันที่พัฒนาแล้วมากที่สุดเมื่อเทียบกับ ETF อื่นทั้งหมด
โครงสร้างของ SPY ที่เป็นแบบ Unit Investment Trust อาจดูไม่ทันสมัยตามมาตรฐานปัจจุบัน แต่ก็ยังคงได้รับความนิยมจากเหล่าเทรดเดอร์ มีการปรับประสิทธิภาพด้านความเร็ว ความแม่นยำ และการลงทุนเชิงกลยุทธ์
จุดแข็งของ SPY
● สภาพคล่องดีที่สุดในกลุ่มเดียวกัน
● สเปรด Bid–Ask แคบที่สุด
● ระบบนิเวศตลาดออปชันขนาดใหญ่
● เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เน้นซื้อขายภายในวัน
● เหมาะสำหรับเฮดจิ้งระยะสั้น
ข้อจำกัดของ SPY
● อัตราค่าใช้จ่ายสูงกว่ากองทุนอื่น
● โครงสร้างแบบ UIT ไม่เอื้อต่อการรีอินเวสต์เงินปันผลในกองทุน
● เสียเปรียบด้านประสิทธิภาพระยะยาวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ IVV/VOO
SPY ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นประสิทธิภาพภาษีสูงสุด แต่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำมากกว่า ยิ่งเทรดบ่อยยิ่งเห็นได้ชัดว่าข้อดีนี้เหนือกว่าทุกอย่าง
IVV เป็นกองทุนรวม ETF ที่มีประสิทธิภาพด้านภาษี และต้นทุนต่ำสำหรับนักลงทุนระยะยาว
IVV เปิดตัวเมื่อปี 2000 และเป็นหนึ่งในกองทุนเด่นของ iShares Core จาก BlackRock กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปรับปรุงข้อจำกัดทางโครงสร้างต่างๆ ของ SPY และยกระดับเป็นทางเลือกการลงทุนระยะยาวที่เน้นประสิทธิภาพด้านภาษีและต้นทุนต่ำ
เหตุผลที่ IVV ได้รับความสนใจจากนักลงทุนระยะยาว
● โครงสร้างแบบกองทุนเปิด (Open-Ended) เอื้อให้เกิดกลไกการนำเงินปันผลกลับมาลงทุนใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า
● อัตราค่าใช้จ่ายต่ำมาก
● ติดตามดัชนีได้สม่ำเสมอมากขึ้นเพราะสามารถรีอินเวสต์ในกองทุนได้
● เหมาะสำหรับการลงทุนผ่านบัญชีสถาบันและบัญชีเพื่อการเกษียณ
IVV เป็น ETF ที่กองทุนบำเหน็จบำนาญมักเลือกลงทุนเพราะมีประสิทธิภาพ คาดการณ์ได้ และรองรับการสะสมผลตอบแทนแบบทบต้น
จุดแข็งของ IVV
● อัตราค่าใช้จ่ายต่ำเป็นพิเศษ
● บริหารจัดการเงินปันผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
● Tracking Error ต่ำกว่า
● เหมาะกับพอร์ตระยะยาวแบบพาสซีฟ
● มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน
ข้อจำกัดของ IVV
● ปริมาณเทรดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ SPY (แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงมาก)
● ตลาดออปชันมีสภาพคล่องไม่ลึก
● สภาพคล่องระหว่างวันต่ำกว่าเล็กน้อย (ไม่กระทบนักลงทุนระยะยาว)

VOO เป็นกองทุนรวม ETF ดัชนี S&P 500 ต้นทุนต่ำพิเศษของ Vanguard เหมาะกับนักลงทุนซื้อแล้วถือยาว
VOO เปิดตัวเมื่อปี 2010 และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนระยะยาว
อะไรทำให้กองทุนโดดเด่น? คำตอบคือต้นทุน
อัตราค่าใช้จ่ายของ VOO อยู่ในระดับต่ำมาก จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีต้นทุนถูกที่สุดสำหรับการลงทุนใน S&P 500

ทำไมนักลงทุนชอบ VOO
● สะท้อนปรัชญาการบริหารของ Vanguard ที่เน้นต้นทุนต่ำและให้ความสำคัญกับประโยชน์ของนักลงทุน
● โครงสร้างแบบชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (Mutual Fund Share Class) เอื้อประโยชน์ต่อการจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
● เหมาะกับกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวแบบพาสซีฟ
● AUM เติบโตอย่างรวดเร็วจากกระแสเงินทุนไหลเข้าที่แข็งแกร่ง
จุดแข็งของ VOO
● หนึ่งใน ETF ที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในโลก
● เหมาะสำหรับกลยุทธ์ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar-Cost Averaging หรือ DCA)
● ประสิทธิภาพโดดเด่นในการสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง
● ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนระยะยาว
ข้อจำกัดของ VOO
● ไม่เหมาะกับการซื้อขายภายในวัน (Intraday Trading) แบบเชิงรุก
● ตลาดออปชันเล็กกว่าเมื่อเทียบกับ SPY
● สภาพคล่องน้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ IVV
VOO เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นความเรียบง่ายและลงทุนระยะยาวโดยไม่ต้องคิดมาก โดยเฉพาะนักลงทุนที่ทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอและถือยาว 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี
ความแตกต่างด้านโครงสร้าง ทำไมจึงสำคัญมากกว่าที่คิด
แม้ว่าดัชนีอ้างอิงจะเหมือนกัน แต่โครงสร้างกองทุนส่งผลต่อสิ่งต่อไปนี้
● วิธีการบริหารจัดการเงินปันผล
● วิธีการบริหารจัดการกระแสเงินสด
● ประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาษีของกองทุน
● ความเร็วในการปรับให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนี
● ผลลัพธ์ของผลตอบแทนแบบทบต้นระยะยาว
รายละเอียดเชิงโครงสร้างสรุปได้ดังนี้
| SPY → Unit Investment Trust | IVV → Open-Ended ETF | VOO → Mutual Fund Share Class (โครงสร้างเฉพาะของ Vanguard) |
| ● ไม่สามารถนำเงินปันผลไปรีอินเวสต์ในกองทุน● หลักเกณฑ์การถือครองเข้มงวดกว่า● ฉุดผลตอบแทนสะสมระยะยาวเล็กน้อย● สร้างมารองรับการเทรด ไม่ใช่ผลตอบแทนทบต้น | ● รีอินเวสต์เงินปันผลได้ทั้งหมด● ทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น● ประสิทธิภาพด้านภาษีสูงกว่า | ● ประสิทธิภาพด้านภาษียอดเยี่ยม● กลไกผลตอบแทนทบต้นแข็งแกร่ง● อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์ภายในกองทุนต่ำกว่า |
เปรียบเทียบต้นทุน ต้นทุนต่างเล็กน้อยแต่พอร์ตโตต่างกันชัดเจน
แม้ว่า ETF ทั้งสามกองจะต้นทุนต่ำเหมือนกัน แต่ SPY มีค่าธรรมเนียมรายปีที่สูงกว่า IVV และ VOO อย่างเห็นได้ชัด ความแตกต่างนี้อาจดูเล็กน้อยในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะสะสมผลกระทบจากการทบต้น
ทำไมต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญ
● นักลงทุนระยะยาวได้รับผลกระทบมากที่สุด
● ค่าธรรมเนียมทบต้นเหมือนผลตอบแทน แต่เป็นการทบต้นที่ลดมูลค่า
● ต้นทุนต่ำกว่า = ผลตอบแทนสุทธิสูงขึ้นในอีกหลายสิบปี
ส่งผลต่อกลยุทธ์ที่ใช้
● เดย์เทรด → ค่าธรรมเนียมไม่ใช่เรื่องใหญ่
● ลงทุนระยะยาว → ค่าธรรมเนียมสำคัญมากขึ้น
หากถือยาว IVV และ VOO มักคุ้มค่ากว่า
สภาพคล่องเป็นจุดแข็งที่ SPY ได้เปรียบ
สภาพคล่องส่งผลต่อสิ่งต่อไปนี้
● สเปรด Bid–Ask
● สลิปเพจ
● คุณภาพการดำเนินการคำสั่ง
● ราคาออปชัน
SPY ครองตำแหน่งราชาด้านสภาพคล่องอย่างขาดลอย
ข้อได้เปรียบด้านสภาพคล่องของ SPY
● เหมาะกับเทรดเดอร์สายสกัลปิ้ง
● ETF ที่ตอบโจทย์เทรดเดอร์ออปชัน
● เป็นที่นิยมของเฮดจ์ฟันด์และสถาบัน
● สเปรดแคบมาก
แม้ว่า IVV และ VOO จะมีสภาพคล่องสูงเพียงพอสำหรับนักลงทุน 99% แต่ถ้าวัดกันเรื่องเทรดภายในวัน (Intraday) ถือว่า SPY ยังเหนือกว่า
การจัดการเงินปันผล ปัจจัยแฝงที่ส่งผลกระทบกับผลตอบแทนจริง
SPY, IVV และ VOO ต่างก็มีการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุน แต่กลไกการดำเนินงานของแต่ละกองต่างกัน
SPY
● ไม่สามารถนำเงินปันผลไปรีอินเวสต์ในกองทุน
● ทำให้สูญเสียความคุ้มค่าไปเล็กน้อย
● ยิ่งเห็นผลชัดเจนในกรอบเวลาระยะยาว
IVV และ VOO
● สามารถนำเงินปันผลมารีอินเวสต์ในกองทุนได้
● ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการติดตามดัชนี
● เพิ่มการเติบโตของผลตอบแทนทบต้นระยะยาว
ด้วยเหตุนี้กราฟผลตอบแทนรวมระยะยาวมักสะท้อนว่า IVV และ VOO เหนือกว่า SPY เล็กน้อย
ควรเลือก ETF ไหนดี ดูคำแนะนำที่ชัดเจนและใช้ได้จริง
การเลือก ETF ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกองทุนที่ “ดีที่สุด” แต่เป็นการเลือกว่ากองทุนไหนเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนมากที่สุด
| SPY เหมาะกับ | IVV เหมาะกับ | VOO เหมาะกับ |
| ● เทรดเดอร์เดย์เทรด● เทรดเดอร์ออปชัน● เทรดเดอร์ที่เทรดด้วยความถี่สูงหรือเน้นกลยุทธ์เชิงรุก● ผู้ที่ต้องการเทรดแบบรวดเร็วที่สุด | ● นักลงทุนระยะยาว● ผู้ถือบัญชีเพื่อการเกษียณ● ผู้ที่เน้นความคุ้มค่าด้านต้นทุนและภาษี● ผู้ที่เน้นความแม่นยำในการติดตามดัชนี | ● นักลงทุนระยะยาวที่เน้นต้นทุนต่ำ● ผู้ที่เน้นความเรียบง่ายและการเติบโตแบบพาสซีฟ● ผู้ที่เน้นการลงทุนแบบ DCA อย่างสม่ำเสมอ● ผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตสำหรับ 10 – 30 ปีข้างหน้า |
| SPY สร้างมาเพื่อเน้นความรวดเร็วและความแม่นยำ | IVV สร้างมาเพื่อเน้นผลตอบแทนทบต้นและประสิทธิภาพ | VOO สร้างมาเพื่อเน้นความเรียบง่ายและการเติบโตระยะยาว |
สถานการณ์จริงเกี่ยวกับการเลือก ETF ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุน
แม้ว่า ETF ดัชนี S&P 500 จะดูเรียบง่ายในเชิงทฤษฎี แต่ความต้องการของนักลงทุนซับซ้อนยิ่งกว่า
มาดูตัวอย่างกันว่า ETF แต่ละกองเหมาะกับสถานการณ์แบบไหน
สถานการณ์ที่ 1 – คุณทำการเทรดบ่อยระหว่างวัน
เน้นเทรดสั้น สวิงเทรด เฮดจิ้งพอร์ตด้วยออปชัน หรือปรับเปลี่ยนสถานะระหว่างวันอยู่ตลอด
ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ SPY
เพราะอะไร?
● SPY มีสภาพคล่องสูงที่สุด
● สเปรดยังคงแคบมากแม้ตลาดจะผันผวน
● เชนออปชันมีความลึกที่สุดในโลก
● สลิปเพจอยู่ในระดับต่ำมาก
หากความสำเร็จของคุณขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาที SPY เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
สถานการณ์ที่ 2 – คุณลงทุนเพื่อการเกษียณหรือพอร์ตลงทุนระยะยาว
เน้นผลตอบแทนทบต้นแบบค่อยเป็นค่อยไปและค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด
ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ IVV หรือ VOO
เพราะอะไร?
● ทั้งสองกองทุนมีค่าธรรมเนียมต่ำมาก
● ทั้งสองกองทุนบริหารจัดการเงินปันผลได้มีประสิทธิภาพกว่า SPY
● ทั้งสองกองทุนลด Tracking Error ให้เหลือน้อยที่สุด
● ทั้งสองกองทุนเน้นผลตอบแทนทบต้นมากกว่าการเก็งกำไรเร็ว
หากระยะเวลาลงทุนของคุณอยู่ที่ 10 ปีขึ้นไป ปัจจัยด้านประสิทธิภาพระยะยาวย่อมสำคัญกว่าสภาพคล่องระยะสั้น
สถานการณ์ที่ 3 – คุณลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (DCA) เป็นประจำทุกเดือน
ลงทุนตามแบบแผนอัตโนมัติโดยไม่พยายามจับจังหวะตลาด
ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ VOO
เพราะอะไร?
● มีต้นทุนที่ต่ำมาก
● ตอบโจทย์นักลงทุนระยะยาวแบบพาสซีฟ
● กองทุน Vanguard ดึงดูดเงินทุนระยะยาว ไม่ไหลเข้าออกบ่อย
● การเคลื่อนไหวของราคาค่อนข้างนิ่ง ไม่แกว่งตัวมากในแต่ละวัน
แม้ว่า IVV จะแข็งแกร่ง แต่ VOO เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการทำ DCA ของนักลงทุนหลายล้านคน
สถานการณ์ที่ 4 – คุณอยากเลือก ETF กองเดียวที่ถือแล้วจบไม่ต้องติดตามเชิงรุก
พอร์ตถือยาวโดยไม่ต้องปรับบ่อย ใช้ Robo Advisor และแผนสร้างความมั่งคั่งที่เรียบง่าย
ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ IVV หรือ VOO
ประโยชน์ที่ได้รับจากทั้งสองกองทุน
● ต้นทุนต่ำ
● เปลี่ยนแปลงพอร์ตน้อยมาก
● ประสิทธิภาพการติดตามดัชนีเชื่อถือได้
● ผลตอบแทนทบต้นแข็งแกร่ง
SPY ไม่จำเป็นสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการจัดพอร์ตด้วยตนเอง
สถานการณ์ที่ 5 – คุณต้องการ ETF ที่มีสภาพคล่องมากที่สุดสำหรับกลยุทธ์ออปชัน
คุณขาย Covered Call เทรดสเปรด และเฮดจิ้งสถานะ
ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ SPY ชนะขาดลอย
ตลาดออปชันของ SPY มีขนาดใหญ่มาก พร้อมประโยชน์ดังต่อไปนี้
● สเปรดแคบ
● สภาพคล่องลึกแม้ว่าจะอยู่ห่างจากราคาปัจจุบัน
● การกำหนดราคาที่สะท้อนค่ากรีก (Greeks) ได้ชัดเจนมากกว่า
● ความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นสำหรับกลยุทธ์ออปชันหลายขา
สรุปการเปรียบเทียบ SPY, IVV และ VOO
วัตถุประสงค์และลักษณะ ETF
| ETF | เหมาะสำหรับ | จุดแข็ง | ประเภทโครงสร้าง |
| SPY | เทรดเดอร์ที่เทรดบ่อย เทรดเดอร์ออปชัน เฮดจ์ฟันด์ | สภาพคล่องสูงยืนหนึ่ง สเปรดแคบ | Unit Investment Trust |
| IVV | นักลงทุนระยะยาว สถาบัน พอร์ตเพื่อการเกษียณ | ประสิทธิภาพด้านภาษี รีอินเวสต์เงินปันผลในกองทุน | Open-Ended Fund |
| VOO | นักลงทุนพาสซีฟ ผู้ที่ลงทุนแบบ DCA พอร์ตที่เน้นต้นทุนต่ำ | ต้นทุนต่ำมาก เรียบง่าย ระบบนิเวศการลงทุนของ Vanguard | Mutual Fund Share Class |
ต้นทุนและประสิทธิภาพ
| ETF | ค่าธรรมเนียม | การจัดการเงินปันผล | ประสิทธิภาพการติดตามดัชนีอ้างอิง |
| SPY | สูงกว่า | รีอินเวสต์ในกองทุนไม่ได้ | ประสิทธิภาพระยะยาวต่ำกว่าเล็กน้อย |
| IVV | ต่ำมาก | รีอินเวสต์ในกองทุนได้ | แข็งแกร่ง |
| VOO | ต่ำมาก | รีอินเวสต์ในกองทุนได้ | แข็งแกร่ง |
สภาพคล่องและการเทรดออปชัน
| ETF | สภาพคล่อง | ตลาดออปชัน | ซื้อขายภายในวัน (Intraday Trading) |
| SPY | สูงที่สุด | เชนออปชันลึกที่สุด | ตัวเลือกที่ดีที่สุด |
| IVV | สูง | ใช้งานได้แต่เล็กกว่า | ไม่เหมาะกับเดย์เทรด |
| VOO | สูง | เล็กกว่า | เหมาะกับระยะยาว |
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่เทรดเดอร์มือใหม่มักทำพลาดเมื่อต้องเลือกระหว่าง SPY, IVV และ VOO
การเข้าใจความแตกต่างช่วยหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดของนักลงทุน ดูข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยดังต่อไปนี้
● เลือก SPY สำหรับการลงทุนระยะยาวเพียงเพราะความนิยม – SPY เป็นกองทุนที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าเป็นการถือยาว IVV/VOO มักมีประสิทธิภาพมากกว่า
● มองข้ามกลไกเงินปันผล – การรีอินเวสต์ในกองทุนส่งผลต่อการเติบโตระยะยาวหลายสิบปี
เรื่องนี้ IVV และ VOO ทำได้ดีกว่า SPY
● เชื่อว่า ETF ที่มีวอลุ่มสูงกว่า “ย่อมดีกว่า” – ประโยชน์ของสภาพคล่องมักเอื้อประโยชน์ต่อเทรดเดอร์มากกว่านักลงทุนระยะยาว
● มองข้ามต้นทุนที่แตกต่าง – ค่าธรรมเนียมที่ต่างกันเพียงนิดเดียวอาจส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิเมื่อเวลาผ่านไป 20 – 30 ปีจะยิ่งเห็นได้ชัด
● ลงทุน ETF หลายกองโดยไม่มีเป้าหมายชัดเจน – การถือทั้งสามกองไม่ได้เป็นการกระจายความเสี่ยงเพิ่มเติม เพราะติดตามดัชนีอ้างอิงเดียวกัน
● ลืมไปว่าโครงสร้างกองทุนมีผลต่อภาษี – VOO มีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่นักลงทุนหลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
