การเทรดฟิวเจอร์สเป็นวิธีเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์ การเทรดฟิวเจอร์สเป็นเครื่องมือที่ใช้กันทั่วโลกเพื่อจัดการความเสี่ยงและเก็งกำไรจากราคาสินทรัพย์
การเทรดฟิวเจอร์ส และการเทรดสปอต แตกต่างกันตรงที่การเทรดฟิวเจอร์สเกี่ยวข้องกับสัญญาที่มีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เป็นมาตรฐาน มาพร้อมโอกาสทำกำไรและทำให้ผู้เทรดต้องมีความรับผิดชอบ การทำความเข้าใจสัญญาฟิวเจอร์สก่อนเริ่มเทรดด้วยเงินจริงเป็นเรื่องสำคัญมาก
การเทรดฟิวเจอร์สคืออะไร
การเทรดฟิวเจอร์สเป็นข้อตกลงระหว่างสองบุคคลขึ้นไป โดยฝ่ายหนึ่งตกลงที่จะขายสินทรัพย์ในอนาคตตามราคาที่ตกลงกันไว้ กระบวนการเทรดฟิวเจอร์สไม่ใช่ข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายแบบส่วนตัว แต่เป็นการเทรดในตลาดซื้อขายที่จัดตั้งขึ้น
เทรดเดอร์ในตลาดฟิวเจอร์สไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นเจ้าของหรือส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิง การเทรดฟิวเจอร์สส่วนใหญ่เปิดและปิดสถานะก่อนที่สัญญาฟิวเจอร์สจะหมดอายุ กำไรหรือขาดทุนจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสัญญาฟิวเจอร์สเอง
ผู้เล่นในตลาดมักใช้สัญญาฟิวเจอร์สสำหรับการทำเฮดจิ้งเพื่อลดความเสี่ยง และเป็นช่องทางสร้างผลตอบแทนสำหรับผู้ที่ต้องการทำกำไร

กลไกการทำงานของสัญญาฟิวเจอร์ส
สัญญาฟิวเจอร์สต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่เข้มงวด ซึ่งกำหนดโดยตลาดซื้อขาย การกำหนดมาตรฐานแบบเดียวกันนี้ช่วยให้การตั้งราคาเป็นไปอย่างโปร่งใสและการดำเนินการซื้อขายที่มีประสิทธิภาพในตลาดทั่วโลก
ข้อกำหนดของสัญญาที่เป็นมาตรฐาน
สัญญาฟิวเจอร์สแต่ละสัญญาจะระบุสินทรัพย์ ขนาดของสัญญา ช่วงห่างราคาขั้นต่ำ (Tick Size) และวันหมดอายุ ขนาดของสัญญาจะกำหนดว่าหนึ่งสัญญามีมูลค่าเทียบเท่าการถือครองสินทรัพย์อ้างอิงเท่าไร Tick Size เป็นการกำหนดว่าราคาขยับได้ขั้นต่ำเท่าไร และการขยับนั้นมีมูลค่าเป็นเงินเท่าไร
รายละเอียดเหล่านี้ทำให้สัญญาฟิวเจอร์สอาจมีขนาดใหญ่กว่าที่เทรดเดอร์รายย่อยคาดไว้ การทำความเข้าใจมูลค่าของสัญญาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งก่อนเข้าสู่การเทรด
วันหมดอายุและการชำระราคาของสัญญาฟิวเจอร์ส
ทุกสัญญาฟิวเจอร์สมีวันหมดอายุ เมื่อถึงวันหมดอายุ สัญญาฟิวเจอร์สจะมีการชำระราคาเป็นเงินสดหรือการส่งมอบสินทรัพย์จริง ขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์
เทรดเดอร์รายย่อยส่วนใหญ่จะปิดสถานะหรือโรลโอเวอร์ก่อนหมดอายุ การถือสัญญาใกล้วันหมดอายุมากเกินไปอาจทำให้เทรดเดอร์เผชิญกับความผันผวนที่ไม่คาดคิดหรือภาระในการชำระราคา การจัดการวันหมดอายุเป็นส่วนสำคัญของความมีวินัยในการเทรดฟิวเจอร์ส
สินทรัพย์ที่สามารถเทรดในตลาดฟิวเจอร์ส
ตลาดฟิวเจอร์สรองรับการเทรดสินทรัพย์มากมายหลายประเภท ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะอิงตามทิศทางของเศรษฐกิจโลกผ่านกรอบการดำเนินงานของตลาดเพียงแห่งเดียว
● ฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ – ฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์เป็นการซื้อขายสินทรัพย์ประเภทสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน ทองคำ ก๊าซ และสินค้าการเกษตร มูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น อุปสงค์และอุปทาน ตลอดจนปัจจัยตามฤดูกาล และเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
● ฟิวเจอร์สดัชนี – ฟิวเจอร์สดัชนีเป็นการซื้อขายสัญญาที่อ้างอิงกับดัชนีตลาดหุ้นใหญ่ๆ เช่น S&P 500 และ Nasdaq ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะตามภาพรวมการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น แทนการเลือกเทรดหุ้นแบบรายตัว
● ฟิวเจอร์สสกุลเงิน – ฟิวเจอร์สสกุลเงินช่วยให้เทรดเดอร์สามารถซื้อขายสกุลเงินผ่านตลาดที่เป็นศูนย์กลาง ราคาและปริมาณซื้อขายของฟิวเจอร์สสกุลเงินมีความโปร่งใสอย่างสมบูรณ์ เพราะซื้อขายผ่านตลาดที่เป็นศูนย์กลาง
● ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย – ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยอิงกับพันธบัตรรัฐบาล และการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย เทรดเดอร์นิยมใช้ทำเฮดจิ้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน
ใครเทรดฟิวเจอร์สบ้างและเพราะอะไร
ตลาดฟิวเจอร์สเป็นแหล่งรวมผู้เข้าร่วมที่มีเป้าหมายแตกต่างกัน กิจกรรมของผู้เข้าร่วมช่วยเพิ่มสภาพคล่องและทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง การเข้าใจบทบาทของผู้เข้าร่วมตลาดจะช่วยให้เทรดเดอร์อ่านพฤติกรรมตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ผู้ป้องกันความเสี่ยง (Hedger)
ผู้ป้องกันความเสี่ยงใช้ฟิวเจอร์สเพื่อลดความเสี่ยง ผู้ผลิต โรงงานอุตสาหกรรม และบริษัทขนาดใหญ่จะล็อกราคาไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย สายการบินอาจทำเฮดจิ้งเพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนเชื้อเพลิง ชาวนาอาจใช้การเฮดจิ้งเพื่อลดความเสี่ยงจากราคาพืชผล
เป้าหมายคือการทำให้คงที่ ไม่ใช่เน้นหากำไร การทำเฮดจิ้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการผลิตสำคัญหรือการรายงานตัวเลขต่างๆ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความผันผวนและปริมาณซื้อขาย
นักเก็งกำไร
นักเก็งกำไรเทรดฟิวเจอร์สเพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา นักเก็งกำไรไม่ได้ต้องการถือครองสินทรัพย์อ้างอิง แต่เน้นไปที่ทิศทาง จังหวะเวลา และความเสี่ยง
นักเก็งกำไรมีส่วนช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด กิจกรรมของนักเก็งกำไรทำให้สเปรดแคบลง และปรับปรุงการส่งคำสั่งซื้อขาย เทรดเดอร์รายย่อยส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มนี้
สถาบันและผู้เชี่ยวชาญ
ธนาคาร กองทุน และบริษัทที่เทรดเพื่อพอร์ตตนเองมีการซื้อขายฟิวเจอร์สในปริมาณมาก ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและช่วยในการค้นหาราคาที่เหมาะสม (Price Discovery) สถานะที่ถือครองมักส่งผลต่อทิศทางแนวโน้ม
กิจกรรมระดับสถาบันถูกขับเคลื่อนด้วยมุมมองเศรษฐกิจมหภาค การจัดสรรสินทรัพย์ในพอร์ต และการทำอาร์บิทราจ เทรดเดอร์รายย่อยมักตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวที่เริ่มต้นจากระดับนี้
เลเวอเรจและมาร์จิ้นในการเทรดฟิวเจอร์ส
เลเวอเรจเป็นหนึ่งในลักษณะเด่นของตลาดฟิวเจอร์ส สัญญาฉบับเดียวสามารถควบคุมมูลค่าของสินทรัพย์อ้างอิงจำนวนมาก ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าถึงมูลค่าการลงทุนที่สูงด้วยเงินทุนจำกัด แต่ก็มาพร้อมความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น
มาร์จิ้น (Margin) ในการเทรดฟิวเจอร์สมีรูปแบบการทำงานต่างจากตลาดอื่นๆ มาร์จิ้นเป็นเงินวางประกัน ไม่ใช่เงินที่ยืมมา ตลาดซื้อขายฟิวเจอร์สกำหนดให้มีเงินวางมาร์จิ้นเพื่อให้แน่ใจว่าเทรดเดอร์สามารถรับมือกับความผันผวนของราคาในแต่ละวัน ระบบนี้ทำให้ตลาดมีความเสถียร แต่ถ้าบริหารความเสี่ยงพลาดก็แทบไม่มีพื้นที่ให้แก้ตัว
มาร์จิ้นทำงานอย่างไร
หากต้องการเปิดสถานะฟิวเจอร์ส เทรดเดอร์ต้องใช้เงินวางมาร์จิ้นเริ่มต้น (Initial Margin) จำนวนเงินดังกล่าวขึ้นอยู่กับสัญญาและความผันผวนของตลาดในปัจจุบัน สัญญาที่มีความผันผวนมากต้องใช้เงินวางมาร์จิ้นสูงขึ้น
หลังจากเปิดสถานะแล้ว ต้องคงยอดเงินในบัญชีไว้ให้สูงกว่าระดับมาร์จิ้นรักษาสภาพ (Maintenance Margin) หากการขาดทุนทำให้ยอดเงินในบัญชีลดลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวจะเกิดการเรียกมาร์จิ้นเพิ่ม (Margin Call) เทรดเดอร์ต้องนำเงินเข้าบัญชีเพิ่มหรือปรับลดความเสี่ยงของสถานะ หากไม่ดำเนินการ โบรกเกอร์อาจทำการปิดสถานะให้เองโดยอัตโนมัติ
ทำไมเลเวอเรจมีความเสี่ยงสำหรับมือใหม่
เลเวอเรจในสัญญาฟิวเจอร์สตอบสนองไวมาก แม้แต่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เกิดกำไรหรือขาดทุนจำนวนมาก การกำหนดขนาดสถานะไม่เหมาะสมจึงสร้างความเสียหายหนัก
มือใหม่หลายคนเลือกใช้สัญญาที่มีขนาดใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับเงินในบัญชี แค่ความผันผวนของตลาดเพียงเล็กน้อยตามปกติก็อาจส่งผลกระทบแรงจนเกินรับไหวทั้งด้านการเงินและจิตใจ การเทรดฟิวเจอร์สให้ได้อย่างยั่งยืนต้องใช้สัญญาที่มีขนาดเล็กที่สุดที่เหมาะกับบัญชี และเน้นการอยู่รอดมากกว่าแสวงหาโอกาส
ต้นทุนของการเทรดฟิวเจอร์ส
การเทรดฟิวเจอร์สมีโครงสร้างต้นทุนที่ชัดเจนและโปร่งใส ต้นทุนถูกกำหนดไว้ชัดเจนและรู้ได้ล่วงหน้า ทำให้สามารถวางแผนและบริหารความเสี่ยงได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับบางตลาด
เทรดเดอร์ต้องเข้าใจว่าต้นทุนส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรอย่างไร ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้นเมื่อสัญญามีขนาดใหญ่ การตระหนักถึงต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของความมีวินัย
ต้นทุนการเทรดฟิวเจอร์สหลักๆ ประกอบด้วยดังนี้
● ค่าคอมมิชชันโบรกเกอร์ – เก็บค่าธรรมเนียมต่อสัญญาต่อการเทรดแต่ละครั้ง ต้นทุนเหล่านี้กำหนดไว้คงที่ และไม่ผันแปรตามการเคลื่อนไหวของราคา
● ค่าธรรมเนียมกระดานซื้อขายและการชำระราคา – จัดเก็บตามที่ตลาดซื้อขายและสำนักงานหักบัญชีกำหนด ซึ่งเป็นการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของตลาดและการชำระราคา
● ผลกระทบจากมูลค่า Tick – แต่ละสัญญามีมูลค่าต่อ Tick คงที่ แม้แต่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็สามารถกลายเป็นกำไรหรือขาดทุนได้อย่างรวดเร็ว
● ข้อกำหนดการถือสถานะข้ามคืน – ข้อกำหนดเงินวางมาร์จิ้นอาจเพิ่มขึ้นเมื่อถือสถานะข้ามคืนหรือใกล้ถึงวันหมดอายุ
ต้นทุนของการเทรดฟิวเจอร์สสามารถคาดการณ์ได้ ความเสี่ยงมาจากขนาดของสถานะ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมแอบแฝง การเลือกขนาดของสัญญาที่เหมาะสมจะช่วยคุมต้นทุนไม่ให้บานปลาย

ประเภทของคำสั่งฟิวเจอร์สและการส่งคำสั่งซื้อขาย
การส่งคำสั่งซื้อขายในการเทรดฟิวเจอร์สมีความแม่นยำและเป็นไปตามกฎเกณฑ์ คำสั่งจะถูกจับคู่ในตลาดซื้อขายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล พร้อมการกำหนดราคาที่โปร่งใส เพราะมูลค่าของสัญญามีขนาดใหญ่ วิธีการวางคำสั่งจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการวิเคราะห์ที่อยู่เบื้องหลัง
การส่งคำสั่งซื้อขายที่มีประสิทธิภาพช่วยลดสลิปเพจและอิทธิพลจากอารมณ์ การส่งคำสั่งซื้อขายที่ไม่เหมาะสมสามารถทำให้ไอเดียที่ถูกต้องกลายเป็นเทรดแย่ๆ
คำสั่งซื้อขายที่ราคาตลาด (Market Order)
คำสั่งซื้อขายที่ราคาตลาดจะใช้ตอนที่เน้นความเร็วเป็นหลัก เพื่อให้คำสั่งถูกจับคู่ที่ราคาที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในขณะนั้น
มักเจอได้บ่อยในช่วงที่ตลาดมีโมเมนตัมแข็งแกร่งหรือการเคลื่อนไหวที่ได้รับอิทธิพลจากข่าว ข้อเสียคือการเกิดสลิปเพจ โดยเฉพาะในตลาดที่วิ่งเร็ว คำสั่งซื้อขายที่ราคาตลาดควรใช้ควบคู่กับขนาดสถานะที่เล็กลง
คำสั่งลิมิต (Limit Order)
คำสั่งลิมิตเป็นการตั้งคำสั่งไว้ที่ระดับราคาที่กำหนด คำสั่งจะทำงานก็ต่อเมื่อราคาตลาดถึงระดับที่กำหนดไว้เท่านั้น
คำสั่งประเภทนี้ช่วยให้ควบคุมราคาได้ดีขึ้น และมักใช้เทรดตอนจังหวะย่อตัวหรือเทรดตามกรอบการแกว่งตัว ความเสี่ยงหลักคืออาจพลาดเทรดหากราคาไม่ถึงระดับที่กำหนด
คำสั่ง Stop Order และ Stop Limit
คำสั่ง Stop Order จะทำงานเมื่อราคาถึงระดับที่ตั้งไว้ล่วงหน้า มักใช้สำหรับการเทรดในจังหวะเบรกเอาต์และใช้เป็นจุดตัดขาดทุน (Stop Loss)
คำสั่ง Stop Limit ช่วยเพิ่มการควบคุมราคา แต่อาจไม่สามารถจับคู่คำสั่งได้ในช่วงที่ตลาดเหวี่ยงแรง คำสั่งประเภทนี้เหมาะกับสภาวะตลาดที่นิ่งกว่า แต่จะมีความเสี่ยงเมื่อตลาดผันผวนสูง
จังหวะในการส่งคำสั่งและสภาพคล่อง
ตลาดฟิวเจอร์สมีสภาพคล่องมากที่สุดในช่วงที่มีการซื้อขายคึกคัก การเทรดในช่วงพีคจะช่วยให้คำสั่งถูกจับคู่ได้ดีขึ้น และลดโอกาสเกิดช่องว่างราคาที่ไม่คาดคิด
ช่วงที่สภาพคล่องต่ำจะทำให้ความเสี่ยงในการส่งคำสั่งเพิ่มขึ้น สเปรดกว้างขึ้นและราคาอาจกระโดด การเลือกจังหวะในการส่งคำสั่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง
การจัดการความเสี่ยงในการเทรดฟิวเจอร์ส
การจัดการความเสี่ยงในตลาดฟิวเจอร์สมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับตลาดส่วนใหญ่ ขนาดของสัญญาและเลเวอเรจทำให้ความผิดพลาดรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว การอยู่รอดในตลาดฟิวเจอร์สขึ้นอยู่กับการควบคุมที่เข้มงวด ไม่ใช่การคาดการณ์ทิศทาง
การกำหนดขนาดสถานะและการเลือกสัญญา
แต่ละสัญญาฟิวเจอร์สมีการเปิดรับความเสี่ยงที่กำหนดไว้ตายตัว สัญญาบางประเภทใหญ่เกินไปสำหรับบัญชีขนาดเล็ก การเลือกสัญญาที่เล็กที่สุดที่เหมาะสมกับพอร์ตเป็นการตัดสินใจขั้นแรกของการจัดการความเสี่ยง
ขนาดของสถานะควรอ้างอิงตามปริมาณขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เทรดเดอร์หลายคนที่มีวินัยจะเสี่ยงเงินเพียงสัดส่วนเล็กๆ เป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ของเงินทุนทั้งหมด ช่วยให้สามารถคาดการณ์ผลการขาดทุนและควบคุมอารมณ์ได้
วินัยในการตั้ง Stop Loss
การตั้ง Stop Loss เป็นตัวกำหนดความเสี่ยงก่อนเข้าเทรด ควรตั้งไว้ที่ระดับทางเทคนิคอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่สุ่มตั้งระยะแบบไม่อิงหลักการ ตลาดฟิวเจอร์สเคลื่อนไหวเร็ว ความลังเลอาจยิ่งทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น
การขยับหรือยกเลิกจุดตัดขาดทุนเป็นการทำลายวินัย จุดตัดขาดทุนที่กำหนดไว้ล่วงหน้าช่วยเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นผลลัพธ์ที่ควบคุมได้ และปกป้องเงินทุนเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวที่ไม่คาดคิด
การจัดการดรอว์ดาวน์
ดรอว์ดาวน์ (Drawdown) เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การรับมือกับสถานการณ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ การฝืนเทรดต่อในสภาวะอารมณ์ตึงเครียดมีแต่จะทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
หลังจากเกิดการขาดทุนติดต่อกันหลายครั้ง การลดขนาดสถานะหรือหยุดพักชั่วคราวสามารถช่วยให้กลับมามีมุมมองที่เป็นกลาง การปกป้องเงินทุนต้องมาก่อนการแสวงหาโอกาสเสมอ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของมือใหม่เทรดฟิวเจอร์ส
การเทรดฟิวเจอร์สทำให้ความผิดพลาดเล็กๆ ส่งผลอย่างรวดเร็ว สาเหตุการขาดทุนของมือใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเพราะวิเคราะห์ตลาดไม่ดี แต่เกิดจากความไม่เข้าใจเกี่ยวกับขนาดของสัญญา เลเวอเรจ และกลไกวันหมดอายุ
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการเทรดสัญญาที่มีขนาดใหญ่กว่าบัญชีจะรับไหว เพียงสัญญาเดียวก็สามารถมีความเสี่ยงที่สูงมาก การเคลื่อนไหวของราคาตามปกติจึงอาจทำให้ได้กำไรที่สูงเกินคาดหรือขาดทุนรุนแรงเกินเยียวยา นำไปสู่การตัดสินใจด้วยอารมณ์ และเกิดดรอว์ดาวน์อย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งข้อผิดพลาดคือการมองเงินวางมาร์จิ้นเป็นเงินทุนที่นำมาใช้ได้ ทั้งที่จริงแล้วมาร์จิ้นเป็นเงินวางประกันที่ใช้สำหรับการเทรด ระบบจะสรุปผลขาดทุนทุกวัน ยิ่งความผันผวนเพิ่มขึ้น มาร์จิ้นคอลล์ยิ่งมาไว และอาจโดนบังคับให้ปิดสถานะในราคาที่ไม่ดี
มือใหม่มักมองข้ามเวลาหมดอายุของสัญญา การถือสัญญาใกล้วันหมดอายุมากเกินไปอาจทำให้เจอกับความผันผวนที่ไม่คาดคิด สภาพคล่องลดลง หรือปัญหาในการชำระราคา เทรดเดอร์ที่ซื้อขายบ่อยๆ มักทำการโรลโอเวอร์หรือปิดสถานะก่อนหมดเวลา
สุดท้ายเทรดเดอร์มือใหม่มักทำผิดพลาดด้วยการโอเวอร์เทรดในช่วงที่ตลาดวิ่งแรง ฟิวเจอร์สให้ผลตอบแทนกับผู้ที่อดทนและมีการวางแผน การเลือกจังหวะเทรดพร้อมกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่าการเทรดต่อเนื่องไม่หยุด
การเทรดฟิวเจอร์สเทียบกับตลาดอื่นๆ
การเทรดฟิวเจอร์สมีโครงสร้างที่ต่างออกไปเมื่อเทียบกับตลาดยอดนิยมอื่นๆ ความแตกต่างเหล่านี้ส่งผลต่อต้นทุน ความโปร่งใส และความเสี่ยง การเปรียบเทียบจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจเลือกตลาดที่จะเทรด
การเทรดฟิวเจอร์สเทียบกับหุ้น
การเทรดฟิวเจอร์สมีเลเวอเรจในตัวและมีช่วงเทรดที่ยาวนานกว่า ตลาดเปิดทำการเกือบตลอดเวลา ช่วยให้สามารถตอบสนองกับเหตุการณ์ทั่วโลกแม้จะอยู่นอกเวลาทำการปกติของตลาดหุ้น
การเทรดหุ้นมักต้องใช้เงินทุนมากกว่าเพื่อให้ได้การถือครองมูลค่าสินทรัพย์ที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดด้านเวลาทำการของตลาด รวมถึงข้อจำกัดการขายชอร์ตในบางกรณี ฟิวเจอร์สให้ความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ความผิดพลาดจะถูกขยายผลอย่างรวดเร็วเนื่องจากขนาดของสัญญา
การเทรดฟิวเจอร์สเทียบกับฟอเร็กซ์
ตลาดฟิวเจอร์สเป็นตลาดที่มีศูนย์กลางและเทรดผ่านตลาดซื้อขายที่เป็นทางการ ราคา ปริมาณซื้อขาย และกระแสคำสั่งซื้อขายมีความโปร่งใส ช่วยลดความเสี่ยงจากคู่สัญญา และทำให้การส่งคำสั่งมีความชัดเจนมากขึ้น
การเทรดฟอเร็กซ์เป็นแบบกระจายศูนย์และต้องพึ่งพาโบรกเกอร์ แม้ว่าจะมีความยืดหยุ่นและสามารถเปิดขนาดสถานะที่เล็กกว่า แต่ราคาและสภาพคล่องจะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ ฟิวเจอร์สเน้นระบบที่มีโครงสร้างชัดเจนและมีความโปร่งใส ฟอเร็กซ์เน้นการเข้าถึงง่ายและการเทรดขนาดไมโคร
ทั้งสองตลาดล้วนต้องการความมีวินัย การตัดสินใจเลือกตลาดขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ขนาดของบัญชี และความเสี่ยงที่ยอมรับได้
การเทรดฟิวเจอร์สเหมาะกับมือใหม่หรือไม่
การเทรดฟิวเจอร์สเข้าถึงได้ง่ายแต่ต้องใช้ทักษะ มีความโปร่งใส อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และสภาพคล่องที่ลึก จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับเทรดเดอร์ที่จริงจัง
อย่างไรก็ตาม สัญญาฟิวเจอร์สมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สัญญาฟิวเจอร์สมีเลเวอเรจในตัว ทำให้ความเสียหายจากการขาดทุนสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วหากไม่มีการควบคุมที่เข้มงวด การเรียนรู้จึงต้องใช้เวลามากกว่าตลาดอื่นบางประเภท
ฟิวเจอร์สอาจเหมาะกับมือใหม่ที่มีวินัยและความอดทน มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ การฝึกเทรดในโหมดจำลอง และใช้สัญญาที่มีขนาดเล็กที่สุด ส่วนผู้ที่อยากได้กำไรเร็วหรือเทรดสบายๆ แบบไม่ต้องจริงจังมากควรหลีกเลี่ยงฟิวเจอร์สในช่วงเริ่มต้น
วิธีเริ่มต้นเทรดฟิวเจอร์สอย่างปลอดภัย
การเริ่มต้นเทรดฟิวเจอร์สต้องมีการวางแผนและใช้ความอดทน แนวทางแบบเป็นขั้นตอนจะช่วยลดความเสี่ยง และพัฒนาทักษะก่อนนำเงินจริงไปเสี่ยง
● เรียนรู้รายละเอียดของสัญญาก่อน – ศึกษาขนาดของสัญญา มูลค่าต่อ Tick ข้อกำหนดมาร์จิ้น และวันหมดอายุ อย่าเทรดสัญญาฟิวเจอร์สโดยไม่รู้ว่าหนึ่ง Tick มีมูลค่าเท่าไร
● โฟกัสเพียงตลาดเดียว – เลือกตลาดฟิวเจอร์สที่มีสภาพคล่องเพียงตลาดเดียว และศึกษาพฤติกรรมของตลาด ช่วยให้มองเห็นรูปแบบได้ดีขึ้นและลดความผิดพลาดให้น้อยลง
● ใช้การเทรดจำลองอย่างจริงจัง – ฝึกเทรดในสภาพแวดล้อมจำลองด้วยขนาดที่สมจริงและทำตามกฎอย่างเข้มงวด มองการเทรดจำลองให้เหมือนการเทรดจริง ไม่ใช่คิดว่าเป็นการทดลอง
● เริ่มต้นด้วยสัญญาขนาดเล็กที่สุดที่มีอยู่ – ใช้สัญญาไมโครหรือสัญญามินิหากเป็นไปได้ ขนาดที่เล็กกว่าช่วยให้มีพื้นที่เผื่อความผิดพลาดและควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า
● กำหนดขีดจำกัดความเสี่ยงอย่างเข้มงวด – ตั้งเพดานขาดทุนสูงสุดต่อเทรดและต่อวัน ขีดจำกัดสูงสุดเหล่านี้จะช่วยปกป้องบัญชีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน
● เพิ่มขนาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีสติ – เพิ่มขนาดสถานะหลังจากผ่านช่วงเทรดที่รักษาวินัยได้ดีและนิ่งพอเท่านั้น การเพิ่มขนาดโดยที่ยังเทรดไม่นิ่งมักนำไปสู่การขาดทุน
สรุปส่งท้ายเกี่ยวกับการเทรดฟิวเจอร์ส
การเทรดฟิวเจอร์สมีความโปร่งใส มีสภาพคล่อง และเปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดโลก แต่ตลาดฟิวเจอร์สไม่เคยปรานีใคร ขนาดของสัญญาและเลเวอเรจที่เกี่ยวข้องทำให้ทั้งทักษะและความผิดพลาดถูกขยายผลเทรดเดอร์ฟิวเจอร์สที่เชี่ยวชาญจะมองเรื่องโครงสร้าง ความเสี่ยง และความสม่ำเสมอ ให้ความสำคัญกับการพิจารณาสัญญาก่อนแล้วค่อยมองหาโอกาส หัวใจสำคัญของการเทรดฟิวเจอร์สให้ประสบความสำเร็จอยู่ที่การทำให้เป็นกระบวนการที่ควบคุมได้ ไม่ใช่การเสี่ยงโชค
