0 min read 

จำนวนกลยุทธ์การเทรดมีอยู่มากมาย บ้างใช้งานได้ บ้างมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ วันนี้เราจะมาดู 5 กลยุทธ์ยอดนิยมที่คุณควรรู้และลองใช้งาน นี่เป็นโอกาสที่จะได้พบกลยุทธ์ที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ

การเทรดโมเมนตัม

กลยุทธ์โมเมนตัมเข้าใจง่าย (แต่การนำไปใช้งานอาจไม่ง่าย) เมื่อใช้กลยุทธ์นี้ นักเทรดต้องรอให้สินทรัพย์แสดงความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแล้วค่อยเปิดดีล การเคลื่อนไหวสามารถเป็นทิศทางใดก็ได้ เนื่องจากคุณสามารถเปิดได้ทั้งตำแหน่ง Long และ Short

ทั้งปัจจัยทางเทคนิคและพื้นฐานสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของราคาได้มาก ดังนั้นนักเทรดควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด ในกรณีของบริษัทที่มีการซื้อขายสาธารณะ การรายงานรายได้และข่าวสำคัญเป็นข้อมูลที่คุณต้องติดตาม เนื่องจากทั้งสองอย่างมีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงอย่างมาก สำหรับสกุลเงินและเงินคริปโต ปัจจัยทางเทคนิคถือว่ามีความสำคัญเช่นกัน แนวโน้มขาขึ้นและขาลงที่แข็งแกร่งสามารถเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องใช้ปัจจัยพื้นฐาน

เพื่อปกป้องตัวคุณเองจากการสูญเสียจำนวนมาก คุณอาจต้องใช้คำสั่งหยุดการขาดทุน (Stop Loss) หากราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม ดีลจะปิดโดยอัตโนมัติ ช่วยให้คุณจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น

กลยุทธ์การเทรดทำกำไรช่วงสั้นๆ (Scalping)

กำไรเล็กๆ น้อยๆ รวมกันแล้วอาจกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ เมื่อเทรดตามกลยุทธ์นี้ นักเทรดจะกำหนดเกณฑ์การซื้อและขายก่อนเปิดดีล และดูราคาการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ในทิศทางที่ต้องการ เมื่อใช้กลยุทธ์ Scalping ดีลอาจสั้นเพียงไม่กี่วินาที นักเทรด Scalping ควรเตรียมพร้อมเพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วและตัดสินใจทางการเงินที่สำคัญให้ทันท่วงที เนื่องจากการเทรดแบบนี้กรอบเวลาจะสั้นมาก ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้การวิเคราะห์พื้นฐานกับการเทรด Scalping

กลยุทธ์เข้าซื้อขายแบบกราฟวิ่งย้อนกลับ (Pullback Trading)

สิ่งที่นักเทรด Pullback ทำคือค้นหาสินทรัพย์ (หุ้นบริษัทหรือ ETF) ที่มีแนวโน้มบวก และรอให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม ให้สังเกตว่ามันควรเป็นการพักฐานระยะสั้น ไม่ใช่แนวโน้มเชิงลบที่เกิดขึ้นใหม่ คุณอาจลองเปิดตำแหน่ง Long เมื่อ Retracement กำลังจะหยุดลง และพฤติกรรมราคา (Price Action) อาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ลักษณะเช่นเดียวกันสามารถทำได้ในแนวโน้มเชิงลบ คุณอาจรอให้แนวโน้มขาลงแสดงการเคลื่อนไหวขาขึ้นที่จำกัด (ไม่ใช่เต็มที่) และอาจเปิดตำแหน่ง Short เมื่อราคาอยู่ในระดับสูงสุดเฉพาะที่

การเทรด Breakout

จำระดับแนวรับและแนวต้นได้หรือไม่? กลยุทธ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ระดับเหล่านี้ใช้งานได้ดี โดยปกติเมื่อราคาสินทรัพย์ขึ้นไปถึงระดับที่ไม่สามารถข้ามผ่านได้ (เรียกว่าแนวต้าน) ราคาจะกลับมาเทรดที่ระดับต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคหลายคนเชื่อว่าเมื่อราคาสินทรัพย์สูงกว่าระดับแนวต้าน คาดได้ว่าจะสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ โปรดสังเกตว่าบางครั้งการเคลื่อนไหวของราคาสามารถเคลื่อนไหวสูงและต่ำกว่าระดับแนวต้านได้อย่างอิสระ และกลยุทธ์นี้จะไม่ทำงาน

การเทรดข่าว

อาจเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มมากที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน เราทุกคนรู้ว่าข่าวและเหตุการณ์สำคัญมีความสำคัญอย่างยิ่งในการซื้อขาย สินทรัพย์เกือบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินของประเทศ สกุลเงินคริปโต หุ้นหรือสินค้าโภคภัณฑ์สามารถเคลื่อนไหวโดยเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ/การเมืองที่สำคัญ ข่าวดีมีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาสินทรัพย์ขยับสูงขึ้น ส่วนข่าวร้ายจะทำให้ราคาสินทรัพย์ลดลง ฟังดูง่าย แล้วการเทรดข่าวซับซ้อนอย่างไร? คำตอบคือการคาดการณ์ข่าวก่อนที่จะเข้าเทรด และการคาดการณ์ที่ถูกต้องนั้นทำได้ยาก บางครั้งตลาดมีพฤติกรรมแบบไร้เหตุผล และข่าวเชิงบวกโดยรวมสามารถทำให้ราคาลดลง ดังนั้นคุณต้องเตรียมพร้อมไว้ด้วย

ไม่ว่าจะเลือกกลยุทธ์แบบใดก็ตามมีหลายสิ่งที่คุณต้องจำ ไม่มีกลยุทธ์ที่พิสูจน์ความล้มเหลว ทั้งหมดจะแสดงผลลัพธ์เชิงลบเป็นครั้งคราว ลองใช้กลยุทธ์หลายๆ อย่าง ลองค้นหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวคุณ ดีลที่ขาดทุนหลายครั้งติดต่อกันไม่ได้หมายความว่ากลยุทธ์จะไม่ได้ผล นั่นหมายความว่าคุณอาจประสบกับความสูญเสียอย่าวรวดเร็ว การสลับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องจะลดโอกาสประสบความสำเร็จของคุณ อย่ากลัวที่จะออกจากกลยุทธ์บางอย่างถ้ากลยุทธ์นั้นใช้ไม่ได้ผล

ไปยังแพลตฟอร์ม