0 min read 

Bollinger Band เป็นตัวชี้วัดการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สามารถทำนายพฤติกรรมในอนาคตของกราฟราคา

Bollinger Band คืออะไร

Bollinger Band ประกอบด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเส้นขอบอีก 2 เส้น เส้นขอบจะเป็นค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ที่อยู่ห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ยิ่งมีความผันผวนของราคาสูง เส้นขอบยิ่งอยู่ห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

เส้นขอบการเทรดเป็นเส้นค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) อย่างหนึ่งที่ห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

กล่าวได้ว่าค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ใหญ่กว่าจะยิ่งทำให้ช่วงราคาของสินทรัพย์อ้างอิงกว้างขึ้นสำหรับช่วงเวลาที่กำหนด การวัดว่าราคาสามารถเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยได้ไกลแค่ไหนจะมีประโยชน์เมื่อพยายามทำนายการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต

มันทำงานอย่างไร?

ตามที่ระบุไว้ข้างต้น ตัวชี้วัดนี้ประกอบด้วย 3 เส้น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (EMA) และ 2 ช่องทางราคาที่อยู่ด้านบนกับด้านล่าง ช่องทางราคาจะกว้างขึ้นเมื่อมีความผันผวนสูงและช่วงที่ตลาดขนานในแนวระนาบ สำหรับนักลงทุน ความผันผวนมีความสำคัญเท่ากับทิศทางแนวโน้มและความแข็งแกร่งของแนวโน้ม ตลาดที่ผันผวนช่วยเพิ่มโอกาสในการเทรด

หากคุณต้องการใช้ Bollinger Band ในการเทรด สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจแนวคิดพื้นฐานว่า เมื่อระดับราคาเพิ่มขึ้น/ลดลงมากเกินไป ราคาจะเด้งกลับ ช่วงเวลาของความผันผวนต่ำมักตามมาด้วยการเคลื่อนไหวของตลาดอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถคาดการณ์ได้ด้วย Bollinger Band นักเทรดสามารถใช้ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นเพื่อกำหนดจุดเข้าที่เหมาะสม

วิธีการตั้งค่า

การตั้งค่า Bollinger Bands บนแพลตฟอร์ม IQ Option ทำได้ง่าย

คลิกปุ่ม “ตัวชี้วัด” ที่มุมล่างซ้ายของหน้าจอ และเลือก “Bollinger Band” จากรายการตัวชี้วัดที่มีอยู่

การตั้งค่าตัวชี้วัด: ขั้นตอนที่ 1

2. จากนั้นคลิก“ นำไปใช้” หากคุณต้องการใช้ร่วมกับการตั้งค่าที่แนะนำ หรือไปที่แท็บ “ตั้งค่าและนำไปใช้” เพื่อปรับระยะเวลาและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

Setting up the indicator: step two
การตั้งค่าตัวชี้วัด: ขั้นตอนที่ 2

3. พร้อมใช้งานตัวชี้วัดแล้ว!

วิธีนำไปใช้ในการเทรด

หากต้องการใช้ Bollinger Band อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการเดย์เทรด นักเทรดจำเป็นต้องเข้าใจลักษณะพื้นฐานของความผันผวนราคา และการประยุกต์ใช้ในการเทรด

โดยทั่วไปช่วงเวลาที่มีความผันผวนต่ำจะถูกรวมเข้ากับช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง ในช่วงขาลง ราคามักจะผันผวนระหว่างเส้นขอบล่าง (Lower Band) และเส้นค่าเฉลี่ย ในช่วงขาขึ้น ราคาจะอยู่ระหว่างเส้นขอบบนและเส้นขอบกลาง (Middle Band)

ช่วงความผันผวนต่ำและสูงจะระบุโดยตัวชี้วัด Bollinger Band

ยิ่งตลาดอยู่ได้นาน โอกาสที่จะเพิ่มความผันผวนก็ยิ่งสูงขึ้น Bollinger Bands เหมาะสำหรับการระบุโมเมนตัมเหล่านี้ เมื่อใช้ตัวชี้วัดนี้ นักเทรดสามารถคาดการณ์ความผันผวนในอนาคต กำหนดตำแหน่ง Overbought/Oversold และสามารถเปิดดีลในช่วงเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เสมอคือไม่มีตัวชี้วัดใดถูกต้อง 100% ตัวชี้วัดทั้งหมดสามารถให้สัญญาณหลอกได้

เมื่อสินทรัพย์ออกจากช่วงราคา“ ปกติ” นักเทรดที่ไม่ชอบความเสี่ยงส่วนใหญ่จะหยุดการเปิดดีลใหม่ และรอให้ตลาดกลับมาเสถียรอีกครั้ง

ฟีเจอร์พิเศษ

สัญญาณการบีบตัว (Squeeze)

สถานการณ์ที่เส้นขอบราคาแคบเรียกว่าการบีบตัว ช่วงเวลาดังกล่าวบ่งชี้ถึงความผันผวนต่ำในปัจจุบัน และมีโอกาสเกิดความผันผวนสูงในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดไม่ได้ให้ข้อมูลแก่นักเทรดในช่วงเวลาที่เจาะจงเมื่อคาดว่าความผันผวนเพิ่มขึ้น นักเทรดมักมีการซื้อขายน้อยระหว่างการบีบตัว

การทะลุผ่าน (Breakout)

พฤติกรรมของราคา 90% เกิดขึ้นระหว่างเส้นขอบราคา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 10% ที่เหลือเรียกว่า Breakout Breakout คือเหตุการณ์ที่การเคลื่อนไหวของราคาออกจากช่วงราคา “ปกติ” ซึ่งไม่ควรใช้เป็นสัญญาณการซื้อขาย เนื่องจากไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับแนวโน้มและทิศทางในอนาคต

การปรับใช้เมื่อเทรดจริง

Bollinger Bands สามารถแสดงความผันผวนปัจจุบัน และบางครั้งสามารถทำนายความผันผวนของตลาดที่จะเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่เครื่องมือการเทรดที่เป็นสากล Bollinger เป็นตัวชี้วัดที่ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการคาดการณ์ให้สูงสุด

สรุป

Bollinger Bands เป็นตัวชี้วัดมูลค่าการเรียนรู้เพื่อใช้เทรดในชีวิตจริง นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการเทรดแล้ว ยังสามารถให้สัญญาณซื้อหรือสัญญาณขายได้ทันเวลา แม้ว่าผู้เข้าร่วมตลาดส่วนใหญ่จะยังไม่รู้ทิศทางทิศทางในอนาคต

ลองเลย