0 min read 

การเป็นนักเทรดทำได้ง่าย แค่เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่คุณเลือกและดำดิ่งสู่โลกที่น่าตื่นเต้นของตลาดการเงิน แต่การเป็นนักเทรดที่ดี สามารถสร้างผลกำไรที่มั่นคง และพึ่งพาการเทรดเป็นแหล่งรายได้หลักกลับเป็นเรื่องยาก อะไรคือความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 อย่างนี้ และคุณสมบัติใดที่คุณต้องมีเพื่อพัฒนาเป็นนักเทรดที่ยอดเยี่ยม

Jack Schwager ผู้แต่งหนังสือ “The Market Wizards” ดูเหมือนจะรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ เส้นทางอาชีพ และทางเลือกในชีวิต ตามที่ Schwager บอก นักเทรดคือคนที่ไม่มีอคติกับระยะยาว และพร้อมที่จะเลือกระยะสั้นเหมือนกับระยะยาว หรือกล่าวได้ว่า นักเทรดจะเทรดทั้งแนวโน้ม Bullish และ Bearish ประการที่สอง นักเทรดจะเปลี่ยนตำแหน่งบ่อยกว่านักลงทุนระยะยาว (เช่น Warren Buffett ที่เชื่อว่าเป็นข้อตกลงระยะยาวที่ทำให้คุณร่ำรวย) ตามที่ Jack บอก นักเทรดคือคนที่ทำการตัดสินใจอยู่เป็นประจำ นักลงทุนอาจบอกว่า

“ฉันต้องการสามส่วนจากเงินของฉันในอิควิตี้ สามส่วนจากพันธบัตร และอีกสามส่วนจากเงินดิจิตอล (หรืออะไรก็ตามแต่) และเก็บรักษาทั้งหมดไว้อย่างน้อย 10 ปี”

นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักเทรดจะต้องทำ!

นักเทรดมือใหม่เชื่อว่ามีกลยุทธ์สูตรสำเร็จอยู่อย่างเดียวที่นักเทรดที่มีประสบการณ์ส่วนมากใช้ ไม่มีอะไรนอกเหนือจากความเป็นจริง ไม่มีกลยุทธ์สูตรสำเร็จที่จะให้ผล 100% ตลอดเวลา ถึงแม้จะมี ถ้าทุกคนใช้กลยุทธ์เดียวกันพร้อมกันล่ะ คิดว่าดีมั้ย? ไม่เลย

ถ้าอย่างนั้นคุณควรใช้กลยุทธ์อะไร? นั่นคือคำถามที่นักเทรดทุกคนต้องหาคำตอบให้ตัวเอง บุคลิกภาพของคุณ ตลอดจนรูปแบบการเทรดและประสบการณ์ที่คุณได้รับจากการเทรดจะกำหนดกลยุทธ์ที่คุณใช้ นักเทรดบางส่วน เช่น Jim Rogers มักใช้การวิเคราะห์พื้นฐานเป็นส่วนใหญ่ บางคน เช่น Martin Schwartz ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค อาจเป็นไปได้ว่าหากทั้งสองฝ่ายสลับกันและใช้กลยุทธ์ของแต่ละคน พวกเขาจะไม่ได้กลายเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จเลย ดังนั้นการเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับตราสารที่คุณต้องการเทรด หุ้น สกุลเงิน ดัชนี และเงินดิจิตอลไม่ได้เทรดในลักษณะเดียวกัน การปรับตัวให้สอดคล้องร Long/Short คือสิ่งสำคัญ

คุณเท่านั้นที่มีหน้าที่ค้นหากลยุทธ์ที่ได้ผล นั่นคือส่วนหนึ่งของการกลายเป็นนักเทรดที่ยอดเยี่ยม

เมื่อสร้างกลยุทธ์แล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาต้องหันมาบริหารความเสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับสองสำหรับทุกดีล กลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมคือสิ่งจำเป็น แต่ก็ไม่พอที่จะเปลี่ยนนักเทรดธรรมดาให้กลายเป็นนักเทรดที่ยอดเยี่ยม หากไม่มีกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม คุณอาจชนะการเทรดหนึ่งหรือสองครั้ง แต่สุดท้ายจะพบว่าตัวเองสูญเสียเงิน การจัดการความเสี่ยงคือสิ่งจำเป็นสำหรับนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ความมีวินัยจะช่วยป้องกันตัวเองจากการตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่น

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือความยืดหยุ่น เนื่องจากไม่มีแนวโน้มหรือรูปแบบที่เป็นสากลเพียงอย่างเดียวที่สามารถใช้กับตลาดโลก จึงต้องมีการปรับตัวและยืดหยุ่นให้มากที่สุด การเป็น Bullish หนึ่งนาทีไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลับไปเป็น Bearish คุณควรเปลี่ยนความคิดแทนที่จะยึดติดกับกลยุทธ์ที่ล้าสมัย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นักเทรดที่ดีควรมี

ไปยังแพลตฟอร์ม