กลับ
อัปเดตแล้ว: มกราคม 13, 2021

การค้นหาจุดเข้าเทรดด้วยตัวชี้วัด DeMarker

ในการเทรด นาทีหรือแม้แต่วินาทีมักมีบทบาทสำคัญและมักกำหนดผลลัพธ์ของเทรด นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเข้าและออกในเวลาที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญมาก บางครั้งการเข้าหรือออกล่าช้าอาจทำให้เกิดความสูญเสียได้ การกำหนดเวลาของดีลอย่างถูกต้องเป็นหนึ่งในงานของนักเทรด ซึ่งไม่ใช่แค่วิธีการใช้แนวทางการเทรดเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือในการจัดการความเสี่ยงอีกด้วย การวิเคราะห์ทางเทคนิคมักใช้เพื่อประเมินกราฟและค้นหาเงื่อนไขการเทรดที่เหมาะสมที่สุด

มีตัวชี้วัดทางเทคนิคจำนวนมากให้เลือก และทั้งหมดนั้นสามารถแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ตัวอย่างเช่น ตัวชี้วัดแนวโน้มมีขึ้นเพื่อติดตามราคาและระบุแนวโน้มปัจจุบันหรือความเป็นไปได้ของการกลับตัวของราคา ตัวชี้วัดโมเมนตัมแสดงถึงความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ในขณะที่ตัวชี้วัดปริมาณเป็นตัวอธิบาย ตัวชี้วัด DeMarker คือตัวชี้วัดประเภทออสซิลเลเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อชี้วัดพื้นที่การซื้อหรือขายที่มีความเสี่ยงสูงในตลาด

ตัวชี้วัด DeMarker คืออะไร

ตัวชี้วัด DeMarker ถูกพัฒนาโดย Thomas DeMark นักวิเคราะห์ทางเทคนิค ที่แนะนำแนวทางของเขาเพื่อการเทรดและเผยแพร่หลักการเทรดของเขาในหนังสือ DeMarker ถือว่าเป็นตัวชี้วัดนำ (Leading Indicator) ซึ่งใช้เพื่อค้นหาระดับตลาด Overbought และ Oversold และประเมินระดับความเสี่ยงที่เป็นไปได้ โดยพื้นฐานแล้ว ตัวชี้วัดจะคล้ายกับออสซิลเลเตอร์อื่นๆ เช่น RSI หรือ Stochastic แต่การคำนวณของตัวชี้วัดนี้แตกต่างกัน โดยจะเน้นภายในช่วงระยะเวลาสูงสูงและต่ำสุดมากกว่าระดับปิดอย่าง RSI

เดิมตัวชี้วัด DeMarker สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงกราฟรายวัน ดังนั้นจึงสามารถใช้กับกรอบเวลาสั้นๆ ได้ แต่ตัวชี้วัดนี้ไม่ได้ถูกจำกัดที่การเทรดรายวันเท่านั้น ซึ่งยังสามารถใช้กับสินทรัพย์และกรอบเวลาอื่นๆ ได้อีกด้วย มักใช้ตัวชี้วัดนี้ในการผสมผสานกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆ โดยเฉพาะตัวชี้วัดแนวโน้ม

วิธีนำไปใช้ในการเทรด

ระดับของตัวชี้วัดนี้เริ่มตั้งแต่ 0 ถึง 100 แสดงให้เห็นสภาวะของตลาด ระดับมากกว่า 70 เป็นการบอกว่าสินทรัพย์อยู่ในโซน Overbought ขณะที่ต่ำกว่า 30 เป็นสัญญาณว่าสินทรัพย์อาจอยู่ในโซน Oversold

  • เมื่อตัวชี้วัดแสดงให้เห็นแล้วว่าสินทรัพย์ถึงระดับ Overbought หรือ Oversold คาดได้ว่าจะเกิดการย้อนกลับไปที่แนวโน้มขาลง สามารถเห็นได้ในตัวอย่างข้างล่าง
DeMarker แสดงระดับ Overbought บน EUR/USD

ตัวชี้วัดแสดงพื้นที่ Overbought สำหรับ EUR/USD ที่ตัวชี้วัดเข้าใกล้ระดับ 70 หรือมากกว่า ตามด้วยจุดย้อนกลับของแนวโน้มที่ราคาเริ่มลดลง

  • สิ่งตรงข้ามสามารถพบเห็นได้เมื่อตัวชี้วัดแตะหรือลงต่ำกว่าระดับ 30 ซึ่งถือว่าสินทรัพย์เป็น Oversold และแนวโน้มอาจย้อนกลับไปที่ขาขึ้น
DeMarker แสดงราคา USD/CHF ในระดับ Oversold

ในตัวอย่างข้างต้น ราคา USD/CHF ลงข้างล่างระดับ Oversold ซึ่งตามด้วยการย้อนกลับของราคาที่มีราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น

แม้ว่าจะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็ไม่รับประกันผลลัพธ์ 100% และบางครั้งอาจแสดงข้อมูลเท็จ สำหรับสัญญาณที่แม่นยำยิ่งขึ้น DeMarker อาจใช้ร่วมกับตัวชี้วัดแนวโน้ม เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่, Bollinger Bands หรือ Alligator

วิธีการตั้งค่า

ในการใช้ตัวชี้วัด DeMarker ให้ค้นหาในส่วน“ โมเมนตัม” ของเมนูตัวชี้วัดที่แสดงด้านล่าง คุณจะได้พบคำอธิบายสั้นๆ ของตัวชี้วัดหากวางเคอร์เซอร์ไว้บนชื่อ

DeMarker บนแพลตฟอร์ม IQ Option

การตั้งค่ามาตรฐานสำหรับตัวชี้วัดบนแพลตฟอร์มคือช่วงเวลา 13 โดยมีระดับ Overbought และ Oversold ที่ 80 และ 20 ตามลำดับ การตั้งค่าเหล่านี้อาจถือได้ว่าเป็นแบบ “ระมัดระวัง (Conservative)” มากกว่าเนื่องจากตัวชี้วัดมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงราคาน้อยกว่าเล็กน้อย ซึ่งอาจช่วยลดจำนวนสัญญาณที่ผิดพลาดได้

การตั้งค่า DeMarker เริ่มต้นบนแพลตฟอร์ม IQ Option

นักเทรดที่มีประสบการณ์มากขึ้นสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าตามแนวทางของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น ในตัวอย่างข้างต้นตัวชี้วัดถูกกำหนดที่ระดับ 70 และ 30 และช่วงเวลา 14 เป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนสีของเส้นตัวชี้วัดหากต้องการ

ตัวชี้วัด DeMarker อาจเป็นส่วนเสริมที่ดีสำหรับกลยุทธ์การเทรด โดยไม่คำนึงถึงความชอบในการเทรด อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า ไม่ว่าจะตั้งค่าอย่างไร ตัวชี้วัดก็ยังคงแสดงสัญญาณที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งและใช้เทคนิคการจัดการความเสี่ยงอาจเป็นการตัดสินใจที่ดี

อัปเดตแล้ว: ม.ค. 13, 2021

Tatiana Tenny

Tatiana started in customer support, answering trader questions day to day. Over 8 years she moved into retention content and then CRM - managing communications across email, push, and in-app channels for different trader segments. She's seen the same questions, frustrations, and decisions from the trader side long enough to know what actually helps and what doesn't. At IQ Option, that background shapes how she approaches editorial: content that works for real traders, not just one that ranks.