Back
Updated: มกราคม 14, 2026

เดย์เทรดคืออะไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่

Learn the basics of day trading - buying and selling assets within a single day to profit from small price moves. This guide explains how it works, key markets, beginner strategies, and essential tools to trade smarter and manage risk effectively.

เดย์เทรดคืออะไร?

เดย์เทรดเป็นการเทรดระยะสั้น เทรดเดอร์จะเปิดและปิดคำสั่งเทรดภายในวันเดียวกัน แทนที่จะถือสินทรัพย์หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เทรดเดอร์เดย์เทรดจะเน้นทำกำไรจากความผันผวนของราคาเล็กน้อยในช่วงที่ตลาดเปิดอยู่ สามารถเทรดได้ทั้งหุ้น สกุลเงินต่างประเทศ คริปโต สินค้าโภคภัณฑ์ และดัชนี

เดย์เทรดเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมธุรกรรมการเทรดของตนเองได้มากขึ้น และเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันทีโดยไม่ต้องถือสินทรัพย์ไว้เป็นเวลานาน แม้ว่าเดย์เทรดจะทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว แต่เป็นรูปแบบการเทรดที่มาพร้อมความเสี่ยงสูง และต้องอาศัยความมีวินัย นอกจากนี้ต้องใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม และเครื่องมือที่เชื่อถือได้

แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายอย่าง IQ Option มีเทรดเดอร์ที่หันมาใช้การเดย์เทรดมากขึ้น เพราะเป็นวิธีการเทรดที่สามารถเข้าร่วมตลาดได้อย่างยืดหยุ่นและคล่องตัว คู่มือนี้จะอธิบายความหมายของเดย์เทรด หลักการทำงาน และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่วงการเดย์เทรด

เดย์เทรดเป็นอย่างไร?

เดย์เทรดเกี่ยวข้องกับการเน้นทำกำไรจากความผันผวนของราคาเพียงเล็กน้อยในวันเดียว เทรดเดอร์จะเปิดสถานะ Short หรือสถานะ Long โดยการดูสัญญาณที่มาจากตัวชี้วัดทางเทคนิค การเคลื่อนไหวของราคา หรือข่าวต่างๆ หลักการเทรดคือสะสมกำไรเล็กๆ น้อยๆ จากการเทรดหลายๆ ครั้งจนได้เป็นกำไรรวมก้อนใหญ่

ตัวอย่างเช่น ผู้ซื้ออาจทำการซื้อหุ้นที่ราคา $50.00 หลังจากราคาทะลุกรอบ และขายออกที่ราคา $50.40 เพื่อหวังทำกำไรอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์คนหนึ่งอาจชอร์ตคู่เงินฟอเร็กซ์ เช่น EUR/USD หากเห็นว่าระดับแนวต้านที่แข็งแกร่งน่าจะเอาอยู่ และคาดว่าจะได้กำไรจากการแกว่งตัวของราคาไม่กี่ pip ก่อนปิดสถานะ

การเทรดเหล่านี้มักใช้กลยุทธ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และมีกฎการจัดการความเสี่ยง เช่น การตั้งจุด Stop Loss และ Take Profit เทรดเดอร์เดย์เทรดส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการถือสถานะข้ามคืนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากข่าวสารหรือภาวะราคาเปิดกระโดด (Market Gap) ที่เกิดขึ้นนอกเวลาทำการปกติของตลาดเดย์เทรดต้องมีการส่งคำสั่งรวดเร็ว สเปรดแคบ และเข้าถึงข้อมูลได้ทันที เว็บไซต์ IQ Option และหลายๆ ที่มีฟีเจอร์ที่รองรับเดย์เทรด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือจัดการความเสี่ยงและระบบกราฟราคา

เดย์เทรดใช้กับตลาดใดได้บ้าง

เดย์เทรดสามารถใช้กับทุกตลาดที่มีสภาพคล่องสูงและมีความผันผวนของราคา ตลาดส่วนใหญ่ที่เหมาะกับเทรดเดอร์เดย์เทรดมีดังนี้

ฟอเร็กซ์ (Foreign Exchange)

ฟอเร็กซ์เป็นตลาดสำหรับเดย์เทรดที่รู้จักกันมากที่สุด ตลาดฟอเร็กซ์มีสเปรดแคบและสภาพคล่องสูง ซึ่งสามารถเปิดสถานะและปิดสถานะได้เกือบตลอดเวลา

เป้าหมายของเทรดเดอร์เดย์เทรดในตลาดฟอเร็กซ์มักเป็นการเทรดคู่สกุลเงินใหญ่ๆ เช่น EUR/USD, GBP/USD และ USD/JPY คู่สกุลเงินเหล่านี้มักมีสเปรดแคบที่สุดและมีปริมาณซื้อขายสูงที่สุด ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมและทำให้การส่งคำสั่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลาดฟอเร็กซ์ได้รับแรงขับเคลื่อนจากข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค เหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ และตัวชี้วัดทางเทคนิค เทคนิคที่นิยมใช้กับตลาดฟอร์เร็กซ์ ได้แก่ สกัลปิ้ง เทรดราคาทะลุกรอบ และเทรดตามข่าว

เนื่องจากมีเลเวอเรจให้ใช้และราคาในตลาดผันผวนอยู่ตลอด ทำให้เทรดเดอร์เดย์เทรดฟอร์เร็กซ์มีโอกาสมากมายสำหรับการทำกำไร อย่างไรก็ตาม การเดย์เทรดฟอร์เร็กซ์จำเป็นต้องควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการขาดทุนจำนวนมากจากราคาที่ผันผวนเพียงเล็กน้อย

หุ้น

การเทรดหุ้นแบบเดย์เทรดเป็นการซื้อและขายหุ้นของบริษัทที่มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้จบภายในวันเดียวกัน เทรดเดอร์จะทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาที่ขยับเพียงเล็กน้อย

สภาพคล่องและความผันผวนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกเมื่อทำการเลือกหุ้นที่จะเทรดแบบเดย์เทรด เทรดเดอร์เดย์เทรดจะมองหาหุ้นที่ “เคลื่อนไหวมากที่สุดในวันนั้น” รวมถึงหุ้นที่มีวอลุ่มสูงตั้งแต่ก่อนเปิดตลาด หรือหุ้นที่ขึ้นลงแรง กลยุทธ์ที่นิยมใช้ ได้แก่ กลยุทธ์ Gap and Go กลยุทธ์เทรดตามโมเมนตัม และกลยุทธ์จังหวะกลับตัว

ตลาดหุ้นจะเปิดให้ซื้อขายเป็นรอบๆ ตามช่วงเวลาที่กำหนด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเปิดระหว่าง 9.30 น. จนถึง 16.00 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (EST) ของสหรัฐอเมริกา เทรดเดอร์ต้องเทรดภายในช่วงเวลานี้ และคาดว่าช่วงเปิดตลาดและช่วงปิดตลาดจะมีความผันผวนสูง เครื่องมือเทรดที่มักใช้งาน ได้แก่ ฟีดข่าวเรียลไทม์ สมุดบันทึกคำสั่งซื้อขายระดับ 2 (Level 2 Order Book) และกราฟแท่งเทียน

คริปโต

ตลาดคริปโตสามารถเข้าถึงได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นลักษณะที่ทำให้การเทรดคริปโตไม่เหมือนกับการเทรดสินทรัพย์อื่นๆ ความพร้อมใช้งานที่สามารถเทรดได้ตลอดเวลานี้ทำให้เหมาะกับเทรดเดอร์เดย์เทรดที่ชอบความยืดหยุ่นหรือต้องการใช้ประโยชน์จากความผันผวนช่วงสุดสัปดาห์ สินทรัพย์ที่เทรดกันมากที่สุด ได้แก่ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) รวมถึงเหรียญอื่นๆ เช่น Solana (SOL), Cardano (ADA) และ XRP ก็มีเทรดเดอร์ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง

การเทรดคริปโตแบบเดย์เทรดต้องอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิคและดูสภาวะอารมณ์ของโซเชียลมีเดีย รวมถึงข่าวสาร และเซนติเมนต์ของตลาด ราคาคริปโตมีความผันผวนรุนแรงมาก สามารถพุ่งขึ้นหรือร่วงลงหลายเปอร์เซ็นต์ภายในชั่วโมงเดียว ความผันผวนนี้อาจทำให้เกิดได้ทั้งกำไรและขาดทุน

เทรดเดอร์เดย์เทรดจะใช้กลยุทธ์ต่างๆ เช่น การเทรดตามแนวรับหรือแนวต้าน จุดตัดกันของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และการเทรดตามโมเมนตัมโดยใช้ตัวชี้วัด RSI เนื่องจากคริปโตเป็นตลาดใหม่ การควบคุมโดยสถาบันจึงน้อยกว่า ดังนั้นความเป็นไปได้ที่ราคาจะเคลื่อนไหวแบบคาดเดาไม่ได้ตามอารมณ์ของนักลงทุนรายย่อยจึงน้อยลงไปด้วย

การจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและการใช้คำสั่งหยุดขาดทุน (Stop Loss) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ แพลตฟอร์มที่ส่งคำสั่งได้รวดเร็วและสามารถใช้งานได้บนมือถือจะช่วยให้สามารถตอบสนองกับการเทรดได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

สินค้าโภคภัณฑ์

ทองคำ น้ำมัน และโลหะเงินเป็นหนึ่งสินทรัพย์ที่ราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงสูงสุดที่ได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ระดับโลก อุปสงค์และอุปทาน รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค สินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้มีการเทรดตลอดทุกวันผ่านสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) เพื่อเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาโดยไม่จำเป็นต้องถือครองสินทรัพย์จริง

ทองคำ (XAU/USD) มักใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และตอบสนองต่อข้อมูลตัวเลขเงินเฟ้อ นโยบายธนาคารกลาง รวมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศ น้ำมัน (WTI หรือ Brent) ตอบสนองต่อรายงานของ OPEC ปริมาณสินค้าคงคลัง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจระดับโลก

สินทรัพย์เหล่านี้มีเลเวอเรจสูงและสามารถเคลื่อนไหวขึ้นลงแรงแบบทันทีทันใด เทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์เทรดภายในวันจะเน้นสัญญาณการติดตามแนวโน้ม จุดที่ราคาทะลุกรอบแนวรับหรือแนวต้าน และใช้เส้นฟีโบนัชชีรีเทรสเมนต์ (Fibonacci Retracement) ซึ่งปริมาณซื้อขายที่พุ่งสูงและข่าวเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

เนื่องจากราคาตอบสนองขึ้นลงแบบเรียลไทม์ การจับข่าวให้ไวและส่งคำสั่งเร็วๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เทรดเดอร์เดย์เทรดที่ชอบเทรดสินค้าโภคภัณฑ์มักเลือกเทรดสินทรัพย์เหล่านี้เพราะคาดการณ์ได้ง่ายกว่า และมีรูปแบบเคลื่อนไหวตามฤดูกาลน้อยกว่าการเทรดหุ้นหรือคริปโต

ดัชนี

การเทรดแบบเดย์เทรดในดัชนีอย่าง S&P 500, DAX หรือ FTSE 100 ช่วยให้สามารถเก็งกำไรจากผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มหุ้นหลายตัว แทนที่จะเน้นบริษัทใดบริษัทหนึ่ง การเทรดแบบเดย์เทรดสำหรับดัชนีช่วยกระจายความเสี่ยงในวงกว้าง ลดความเสี่ยงจากหุ้นรายตัว และราคามีแนวโน้มราบรื่นกว่า

เครื่องมือเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเทรดผ่านฟิวเจอร์สหรือ CFD การเทรดแบบเดย์เทรดจะเน้นดูระดับราคาที่สำคัญ การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจมหาภาค เช่น เซนติเมนต์ก่อนเปิดตลาด ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payrolls) หรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ราคาดัชนีเคลื่อนไหวฉับพลัน

ดัชนีสะท้อนภาพรวมอารมณ์ของตลาด ดังนั้นดัชนีจึงมักตอบสนองต่อระดับทางเทคนิคในลักษณะที่คาดการณ์ได้มากกว่าหุ้นรายตัว กลยุทธ์ทั่วไปที่นิยมใช้คือการดูจุดกลับตัวของแนวโน้มที่ระดับแนวรับหรือแนวต้าน หรือใช้ตัวชี้วัดปริมาณซื้อขายเพื่อจับจังหวะการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม

การเทรดดัชนีน่าสนใจเพราะมีสภาพคล่องสูง ความเสี่ยงจากภาวะราคาเปิดกระโดดน้อยกว่าหุ้นรายตัว และกระจายการลงทุนได้สะดวกกว่า แต่จะมีความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงประกาศรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ และตอนตลาดเปิด/ปิด จึงต้องเทรดอย่างมีวินัยและจับจังหวะเข้าเทรดอย่างแม่นยำ

กลยุทธ์เดย์เทรดที่นิยมสำหรับมือใหม่

เทรดเดอร์มือใหม่มักเริ่มต้นเทรดด้วยกลยุทธ์ง่ายๆ และเข้าใจได้ไม่ยาก กลยุทธ์แบบนี้จะช่วยไม่ให้ตัดสินใจเทรดด้วยอารมณ์ และตั้งกฎชัดเจนเกี่ยวกับการเข้าหรือออกจากตลาด

●  เทรดราคาทะลุกรอบ (Breakout Trading) – เทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์เทรดราคาทะลุกรอบจะดูระดับราคาที่ชนแล้วไม่ผ่าน ซึ่งมักอยู่บริเวณแนวรับหรือแนวต้าน เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปหรือหลุดแนวรับลงมาพร้อมกับมีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น แบบนี้แปลว่าเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นแนวโน้มใหม่ เป้าหมายของกลยุทธ์นี้คือการเข้าเทรดทันทีหลังเบรกเอาต์ และทำกำไรจากแรงโมเมนตัมที่เกิดขึ้น

●  เทรดจังหวะกลับตัว (Reversal Trading) – แนวทางนี้จะเน้นจับจังหวะกลับตัวของตลาด เทรดเดอร์เดย์เทรดจะใช้ตัวชี้วัดต่างๆ เช่น RSI, MACD หรือรูปแบบแท่งเทียน (เช่น Doji หรือ Engulfing) เพื่อดูว่าเมื่อไรแนวโน้มจะเริ่มอ่อนแรง การเทรดจังหวะกลับตัวช่วยให้มีโอกาสทำกำไรได้อย่างรวดเร็วและให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่มากขึ้นเช่นกัน

●  สกัลปิ้ง (Scalping) – สกัลปิ้งเป็นการเทรดขนาดเล็กหลายๆ ครั้งตลอดทั้งวันเพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อย เทรดเดอร์ที่ใช้การเทรดแบบสกัลปิ้งมักถือสถานะไว้แค่ไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที กลยุทธ์นี้อาศัยการดำเนินการคำสั่งที่เร็วเป็นพิเศษ ต้นทุนธุรกรรมต่ำ และแผนออกจากตลาดที่ชัดเจน

●  การตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average Crossover) – เทรดเดอร์จะใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นและระยะยาวเพื่อจับการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม สัญญาณขาขึ้นจะเกิดขึ้นเมื่อค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (เช่น 9 EMA) ตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว (เช่น 21 EMA) หากลักษณะตรงกันข้ามจะเป็นโมเมนตัมขาลง การตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เหล่านี้ช่วยชี้ให้เห็นจังหวะเข้าเทรดหรือออกจากเทรดตามทิศทางของแนวโน้ม

●  เทรดตามข่าว (News-Based Trading) – รายงานเศรษฐกิจ ประกาศรายได้ และเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศสามารถทำให้ราคาผันผวนอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์ควรเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ และเข้าเทรดก่อนหรือหลังประกาศข่าว กลยุทธ์เทรดตามข่าวต้องอาศัยการตัดสินใจให้ไว และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าปกติแล้วราคาสินทรัพย์จะตอบสนองต่อข่าวแบบไหน

แต่ละกลยุทธ์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย มือใหม่หัดเทรดควรฝึกใช้กลยุทธ์เหล่านี้บนบัญชีทดลองก่อนเริ่มต้นเทรดด้วยเงินจริงadvised to practice them using demo accounts before applying them with real capital.

เครื่องมือและตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับการเทรดแบบเดย์เทรด

การเทรดแบบเดย์เทรดไม่ใช่แค่การดูกราฟราคา เทรดเดอร์เดย์เทรดจะใช้เครื่องมือและตัวชี้วัดหลายตัวร่วมกันเพื่อหาจังหวะเข้าออก รวมถึงการจัดการความเสี่ยง และกล้าตัดสินใจมากขึ้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเทรด และมีวินัยมากขึ้น

ซอฟต์แวร์กราฟ

ซอฟต์แวร์กราฟคุณภาพดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคา โบรกเกอร์ส่วนใหญ่รวมถึงที่ IQ Option มีกราฟที่สามารถปรับแต่งได้หลายอย่าง พร้อมด้วยกรอบเวลาต่างๆ เครื่องมือวาดกราฟ และเครื่องมือซ้อนทับเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ทางเทคนิค

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยปรับราคาให้เรียบ และแสดงให้เห็นแนวโน้มตลาด เทรดเดอร์มักใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (เช่น 9 ช่วงเวลา) ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว (เช่น 50 ช่วงเวลา) เพื่อวัดโมเมนตัมหรือหาจุดกลับตัวของแนวโน้มโดยอ้างอิงจากการตัดกันของค่าเฉลี่ย

Relative Strength Index (RSI)

RSI เป็นตัวชี้วัดโมเมนตัมที่สะท้อนว่าสินทรัพย์กำลังอยู่ในสภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป หากค่าเกิน 70 อาจบ่งชี้ว่าเป็นสัญญาณของการย่อตัว หากค่าต่ำกว่า 30 อาจเป็นสัญญาณว่าราคาจะปรับตัวขึ้น

ตัวชี้วัดปริมาณซื้อขาย

ปริมาณซื้อขายแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของราคาแข็งแกร่งแค่ไหน ปริมาณซื้อขายที่สูงตอนราคาทะลุกรอบหรือช่วงที่แนวโน้มดำเนินต่อไปเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เครื่องมืออย่างเช่น Volume Oscillator หรือ On-Balance Volume จะช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินความสนใจของตลาด

ปฏิทินเศรษฐกิจ

การติดตามข่าวเศรษฐกิจอยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งสำคัญ การประกาศเรื่องอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ หรือตัวเลขการจ้างงาน สามารถทำให้ราคาผันผวนแรง เทรดเดอร์จะใช้ปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือเพื่อเข้าเทรดตอนที่มีความผันผวนสูง

เครื่องมือการจัดการความเสี่ยง

คำสั่ง Stop Loss และ Take Profit ช่วยจัดการความเสี่ยงและรักษากำไรเอาไว้ เครื่องมือติดตามมาร์จิ้นและเครื่องคำนวณขนาดสถานะจะช่วยควบคุมระดับความเสี่ยงให้สอดคล้องกับการเทรด

อธิบายขั้นตอนเริ่มต้นเดย์เทรด

เดย์เทรดเป็นแนวทางการเทรดที่สามารถทำกำไรได้ แต่ต้องเตรียมตัวเป็นอย่างดี การเข้าเทรดโดยไม่มีแบบแผนมักส่งผลให้ขาดทุนอย่างรวดเร็ว ด้านล่างเป็นแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริงสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเทรดแบบเดย์เทรดอย่างมีแบบแผนและลดความเสี่ยง

  1. เรียนรู้พื้นฐาน – เริ่มจากศึกษากลไกการทำงานของตลาดการเงิน ทำความเข้าใจประเภทสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ฟอเร็กซ์ หุ้น คริปโต และดัชนี เรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับการเทรด เช่น ราคา Bid/Ask สเปรด เลเวอเรจ มาร์จิ้น และสลิปเพจ ศึกษาว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาอย่างไร สร้างความรู้พื้นฐานด้วยการดูหลักสูตรสอนเทรดฟรี วิดีโอสอนใช้งาน และคู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น
  2. เลือกแพลตฟอร์มเทรดที่เชื่อถือได้ แพลตฟอร์มเทรดเป็นเครื่องมือหลักที่สำคัญ ซึ่งควรมีกราฟเรียลไทม์ การส่งคำสั่งที่เสถียร ฟีเจอร์ควบคุมความเสี่ยง และมีสินทรัพย์หลายประเภทให้เลือกเทรด แพลตฟอร์ม IQ Option ออกแบบมาเพื่อให้มือใหม่หัดเทรดใช้งานได้อย่างสะดวก อินเทอร์เฟซเรียบง่าย รองรับการเทรดบนมือถือ และมีสื่อการเรียนรู้ในตัว
  3. เปิดบัญชีทดลอง – ฝึกเทรดในสภาพแวดล้อมที่ไร้ความเสี่ยงก่อนใช้เงินจริง บัญชีทดลองช่วยให้สามารถทดสอบกลยุทธ์และเรียนรู้วิธีจัดการกับการเทรดเหมือนอยู่ในตลาดจริง ถึงแม้จะทำผิดพลาดก็ไม่ส่งผลกระทบกับเงินจริง และสามารถใช้บัญชีทดลองสร้างความคุ้นเคยกับพฤติกรรมของตลาด
  4. เลือกหนึ่งกลยุทธ์แล้วทำตาม – หลีกเลี่ยงการอยากลองทุกวิธี เลือกกลยุทธ์เข้าตลาดหนึ่งกลยุทธ์ เช่น ราคาทะลุกรอบง่ายๆ หรือกลยุทธ์ที่อิง RSI แล้วฝึกใช้กลยุทธ์ให้เชี่ยวชาญ ติดตามว่าการใช้กลยุทธ์ได้ผลบ่อยหรือไม่ เทรดนานเท่าไร และคุณทำตามกฎได้บ่อยแค่ไหน ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความหลากหลายสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น
  5. กำหนดขีดจำกัดความเสี่ยง – เทรดเดอร์เก่งๆ จะป้องกันเงินให้ปลอดภัยก่อน คุณต้องตัดสินใจว่าพร้อมเสี่ยงเงินเท่าไรต่อการเทรดแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 1 – 2% ของเงินทั้งหมดในบัญชี ใช้คำสั่ง Stop Loss เพื่อบังคับใช้ขีดจำกัดที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ หลีกเลี่ยงการเพิ่มสถานะตำแหน่งที่กำลังขาดทุน และอย่าเสี่ยงเงินเกินจำนวนที่ยอมรับการสูญเสียได้
  6. เริ่มเทรดครั้งละน้อยๆ และคอยดูผลลัพธ์ – เริ่มต้นด้วยการเทรดขนาดเล็กๆ แม้จะเปลี่ยนมาใช้บัญชีจริงก็ตาม คอยตรวจสอบผลการเทรดแต่ละรอบ บันทึกสิ่งที่ได้ผล สิ่งที่ไม่ได้ผล พร้อมเหตุผล จดบันทึกการเทรดพร้อมภาพหน้าจอและข้อสังเกต การทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นนิสัยจะช่วยพัฒนาทักษะการเทรดในระยะยาว

ข้อผิดพลาดจากการเทรดแบบเดย์เทรดที่ต้องหลีกเลี่ยง

มือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการเดย์เทรดมักเผชิญกับเส้นทางการเรียนรู้ที่ซับซ้อน การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจะช่วยปกป้องเงินในบัญชี และช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ

●  เทรดแบบไม่วางแผน – การเทรดตามอารมณ์หรือความรู้สึกจะทำให้ผลลัพธ์ไม่คงที่ ทุกครั้งที่เทรดจึงต้องทำตามกลยุทธ์ที่ได้รับการทดสอบแล้ว พร้อมกำหนดจุดเข้าออก และกฎการจัดการความเสี่ยงอย่างชัดเจน

●  มองข้ามการจัดการความเสี่ยง – เทรดเดอร์มือใหม่มักยอมรับความเสี่ยงมากเกินไปในเทรดเดียว นำไปสู่การขาดทุนอย่างรวดเร็ว และตัดสินใจเทรดด้วยอารมณ์ ดังนั้นการเทรดแต่ละครั้งจึงควรกำหนดสัดส่วนความเสี่ยงเอาไว้ให้ชัดเจนว่าจะเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ และใช้คำสั่ง Stop Loss ทุกครั้งเพื่อป้องกันการขาดทุนที่รุนแรง

●  เทรดมากเกินไป – อย่าพยายามเทรดทุกครั้งที่กราฟขยับ หรืออยู่หน้าจอเฝ้าตลาดทั้งวัน เพราะอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ แนะนำให้เน้นจังหวะเทรดที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เน้นจำนวนครั้ง

●  ปล่อยให้อารมณ์ควบคุมการตัดสินใจ – ความกลัว ความโลภ และความใจร้อน อาจทำให้ตัดสินใจโดยไม่ใช้เหตุผล การเทรดด้วยอารมณ์มักเกิดจากการเทรดเอาคืนหลังขาดทุน ไม่สนใจกลยุทธ์ และปล่อยให้บัญชีเสี่ยงเกินตัว ดังนั้นจึงควรหยุดพักและใช้สถานะเทรดขนาดเล็กลงจนกว่าสภาพจิตใจจะกลับมาคงที่

●  เปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป – การเปลี่ยนกลยุทธ์หลังจากขาดทุนไม่กี่ครั้งอาจขัดขวางการพัฒนาระยะยาวที่ส่งผลให้พอร์ตไม่โต ควรยึดกลยุทธ์เดียว ปรับปรุงให้ดีขึ้น และติดตามผลลัพธ์ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนแนวทาง

สรุปส่งท้าย

เดย์เทรดเป็นวิธีการเทรดที่ช่วยให้สามารถเข้าร่วมตลาดการเงินได้อย่างสะดวกตามสิ่งที่สนใจ

การมีเครื่องมือที่เหมาะสม กลยุทธ์ที่ชัดเจน และทัศนคติที่มีวินัยในตัวเองจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถใช้ประโยชน์จากความผันผวนของราคาระยะสั้นเพื่อทำกำไรจากการเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ หุ้น คริปโต และเครื่องมือการลงทุนอื่นๆ แทบทุกอย่าง

แม้ว่าการเทรดแบบเดย์เทรดจะต้องอาศัยความตั้งใจและการเตรียมตัวที่ดี แต่ก็เป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและเปิดโอกาสการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาเล่นอย่างจริงจัง

มือใหม่ที่สนใจการเทรดแบบเดย์เทรดควรเริ่มต้นด้วยบัญชีทดลอง โฟกัสกลยุทธ์เดียวก่อน และให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยง

การฝึกเทรดบ่อยๆ และทำซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยพัฒนาทักษะการเทรด และทำให้มือใหม่กลายเป็นเทรดเดอร์ได้อย่างมั่นใจ

Updated ม.ค. 14, 2026

Marta Henriques