กลยุทธ์เบรกเอาต์ (Breakout) หรือการเทรดราคาทะลุกรอบเป็นวิธีการเข้าเทรดเมื่อราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน หลักการของกลยุทธ์เบรกเอาต์ง่ายมาก เมื่อราคาหลุดออกจากกรอบ ราคามักเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในทิศทางที่ทะลุกรอบ
เทรดเดอร์ใช้กลยุทธ์เทรดราคาทะลุกรอบเพื่อจับจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวที่รุนแรง แทนที่จะไล่ตามตอนที่ราคาวิ่งไปแล้ว การใช้กลยุทธ์เหล่านี้พบได้ในการเทรดหุ้น คริปโต ฟอเร็กซ์ และดัชนี และสามารถใช้งานได้หลายกรอบเวลา
หลักสำคัญของการเทรดราคาทะลุกรอบอยู่ที่การโฟกัสการเคลื่อนไหวของราคา ไม่ใช่การคาดเดา รอให้ตลาดแสดงทิศทางออกมาก่อนแล้วค่อยเข้าตาม
ลักษณะแบบไหนที่ถือว่าราคาทะลุกรอบ
ราคาทะลุกรอบ (Breakout) เกิดขึ้นเมื่อราคาหลุดออกนอกระดับที่เคยทดสอบหลายครั้งในอดีต ระดับดังกล่าวอาจเป็นแนวต้านด้านบนหรือแนวรับด้านล่าง
● ราคาทะลุกรอบขาขึ้น (Bullish Breakout) เกิดขึ้นเมื่อราคาทะลุแนวต้านและยืนเหนือระดับนั้นได้
● ราคาทะลุกรอบขาลง (Bearish Breakout) เกิดขึ้นเมื่อราคาทะลุลงด้านล่างแนวรับและไม่เด้งกลับทันที
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การข้ามระดับไปได้ แต่ต้องสามารถยืนจนปิดแท่งเทียนเหนือระดับนั้นได้สำเร็จ สัญญาณหลอกมากมายเกิดจากราคาทะลุระดับแค่ชั่วคราวแล้วดีดกลับเข้ากรอบ
เหตุผลที่การเทรดราคาทะลุกรอบใช้ได้ผล
การเทรดราคาทะลุกรอบใช้ได้ผลเพราะตลาดสะสมแรงเอาไว้
เมื่อราคาแกว่งอยู่ในกรอบแคบ หมายความว่าแรงซื้อและแรงขายอยู่ในภาวะสมดุล คำสั่งซื้อขายจะสะสมอยู่ที่ทั้งสองฝั่ง เมื่อแรงจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งเริ่มคุมเกม ราคาจะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อหาจุดสมดุลถัดไป
ด้วยเหตุนี้ราคาทะลุกรอบจึงมักเกิดขึ้นพร้อมกับสิ่งต่อไปนี้
● ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นฉับพลัน
● แท่งเทียนขนาดใหญ่
● แรงส่งที่ตามมาอย่างรวดเร็ว
นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นแรงคำสั่งซื้อขายที่ถูกปล่อยออกมา
กลไกของการเทรดราคาทะลุกรอบในตลาดจริง
ในทางปฏิบัติการเทรดราคาทะลุกรอบจะเน้นที่การรอ ไม่ใช่การฝืนเข้าเทรด
เริ่มจากการหาระดับที่ราคาเคยหยุดหรือไปต่อไม่ได้ จากนั้นปล่อยให้ราคาเข้าทดสอบระดับเดิมอีกครั้ง แล้วรอสัญญาณว่าระดับนั้นถูกทำลาย
เมื่อราคาปิดเหนือระดับอย่างแข็งแกร่ง ให้เข้าเทรดพร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายที่กำหนดไว้ ไม่ใช่การคาดเดาตลาด ไม่เข้าเทรดด้วยความหวังว่าราคาจะไปต่อ
อธิบายขั้นตอนการเทรดราคาทะลุกรอบ
ขั้นตอน 1 หาระดับแนวรับหรือแนวต้านที่ชัดเจน
มองหาบริเวณที่ราคาเคยเด้งกลับหลายครั้ง
ระดับแนวรับหรือแนวต้านที่ดีที่สุดจะเห็นได้ชัดเจนแม้ไม่ใช้ตัวชี้วัด หากจำเป็นต้องขยับเส้นไปมาอยู่บ่อยๆ นั่นแปลว่าอาจไม่ใช่ระดับที่แข็งแกร่ง
ระดับแนวราบมักใช้งานได้ดีกว่าแนวเอียง โดยเฉพาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเทรด
ขั้นตอน 2 รอให้ราคาทะลุกรอบและปิดแท่งชัดเจน
อย่าเข้าเทรดเพราะแค่ราคาแตะระดับ
ราคาทะลุกรอบที่แท้จริงต้องมีการปิดแท่งเทียนนอกกรอบราคา สิ่งนี้เป็นการยืนยันว่าตลาดยอมรับระดับราคาที่สูงขึ้นหรือต่ำลง
เทรดเดอร์จำนวนมากขาดทุนเพราะเข้าเทรดเร็วเกินไป การรอให้แท่งเทียนปิดก่อนจะช่วยกรองเทรดที่ไม่มีคุณภาพออกไปเป็นจำนวนมาก
ขั้นตอน 3 ยืนยันราคาทะลุกรอบด้วยปริมาณซื้อขาย
ปริมาณซื้อขายเป็นสิ่งที่แยกราคาทะลุกรอบจริงออกจากกับดัก
ราคาทะลุกรอบควรมีปริมาณซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ย ปกติแล้วควรอยู่ประมาณ 1.5 ถึง 2 เท่าของระดับล่าสุด สิ่งนี้บ่งชี้ว่ามีเทรดเดอร์จำนวนมากเข้าร่วม
ราคาทะลุกรอบที่ปริมาณซื้อขายต่ำมักล้มเหลวสูง
ขั้นตอน 4 เลือกวิธีการเข้าเทรด
การเข้าเทรดเมื่อราคาทะลุกรอบสามารถทำได้ 2 วิธีหลักๆ
1. เข้าเทรดเมื่อราคาทะลุและปิดยืนเหนือกรอบ
เข้าเทรดทันทีหลังจากแท่งเทียนที่ทะลุแนวมาปิดจบแท่ง วิธีนี้ช่วยให้เข้าเทรดได้เร็ว แต่แลกกับความเสี่ยงที่สูงกว่าเล็กน้อย
2. จุดเข้าเทรดแบบรอทดสอบซ้ำ (แบบเพลย์เซฟ)
รอให้ราคาย้อนกลับมาแล้วทดสอบระดับเดิมที่เพิ่งทะลุ หากราคายังยืนอยู่ได้ค่อยเข้าเทรด ไม่ต้องเข้าเทรดหลายครั้ง แต่เน้นการเข้าเทรดที่แม่นยำขึ้น
ราคาทะลุกรอบแนวต้านในแนวนอน

Howวิธีกำหนดเป้าหมายกำไรสำหรับการเทรดราคาทะลุกรอบ
หนึ่งในแนวทางที่ใช้ได้จริงที่สุดคือการประเมินเป้าหมายจากสัดส่วนระยะทางที่ราคาวิ่ง หรือที่เรียกว่า Measured Move
เป็นการวัดความสูงของกรอบที่ราคาวิ่งวนอยู่ แล้วนำระยะนั้นไปวางต่อบนจุดราคาทะลุเพื่อดูเป้าหมายกำไร
ใช้สูตรดังนี้
เป้าหมาย = ระดับที่ราคาทะลุกรอบ + ความสูงของกรอบราคา
ตัวอย่าง
หากราคาเคลื่อนที่อยู่ระหว่าง $90 และ $100 กรอบราคาจะเท่ากับ $10
หากราคาทะลุกรอบเหนือ $100 เป้าหมายตามสูตรจะอยู่ที่ประมาณ $110
แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาต้องหยุดแค่นั้น แค่เป็นการช่วยวางโครงสร้างให้การเทรดมีแบบแผนที่ชัดเจน
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ #1 (จากประสบการณ์เทรดจริง)
“ราคาทะลุกรอบที่แข็งแกร่งที่สุดมักเกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดไม่ขยับมานาน หากกราฟดูหวือหวาก่อนจะถึงจุดราคาทะลุกรอบ ให้ระวังไว้ว่าราคาวิ่งมาไกลจนสุดแรงส่งแล้ว“
กราฟที่ไม่หวือหวามักจะสร้างการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนกว่า
ราคาทะลุกรอบหลอก เกิดจากอะไร และหลีกเลี่ยงได้อย่างไร
ราคาทะลุกรอบหลอก (False Breakout) เกิดขึ้นเมื่อราคาทะลุระดับออกมาชั่วคราว แต่ไม่ไปต่อ จากนั้นจะเด้งกลับเข้ากรอบเดิม
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ในความเป็นจริงการพยายามทะลุกรอบส่วนใหญ่จะล้มเหลว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตลาด ไม่ใช่ข้อผิดพลาดของกลยุทธ์
สิ่งสำคัญอยู่ที่การเรียนรู้วิธีสังเกตการทะลุหลอกที่ไม่มีแรงตั้งแต่เนิ่นๆ
| ฟีเจอร์ | ทะลุกรอบแข็งแกร่ง | ทะลุกรอบหลอก |
| ปริมาณซื้อขาย | พุ่งขึ้นชัดเจน | ทรงตัวหรือลดลง |
| แท่งเทียนปิด | ใกล้จุดสูงสุด/จุดต่ำสุด | ไส้เทียนยาว |
| แรงส่งต่อเนื่อง | แท่งเทียนหลายอัน | กลับตัวทันที |
| สภาพเทรนด์โดยรวม | สอดคล้องกับเทรนด์ใหญ่ | สวนเทรนด์ |
หากสัญญาณเตือนหลายอย่างปรากฏพร้อมกัน การไม่เข้าเทรดมักเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
รูปภาพ – ราคาทะลุกรอบหลอกที่มีไส้เทียนด้านบนยาว

ตัวชี้วัดที่เหมาะกับการเทรดราคาทะลุกรอบ
ตัวชี้วัดไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ตัวชี้วัดบางอย่างสามารถช่วยยืนยันสภาวะตลาดได้
RSI
RSI ที่กำลังสูงขึ้นเป็นแรงหนุนของการทะลุกรอบขาขึ้น แต่ถ้าเกิดไดเวอร์เจนซ์ นั่นคือสัญญาณเตือน
ATR (Average True Range)
ATR ที่ขยับสูงขึ้นหลังจากตลาดนิ่งมานานมักเป็นการยืนยันราคาทะลุกรอบของจริง
Bollinger Bands
การบีบตัวแคบแล้วตามด้วยการขยายตัวมักนำไปสู่ราคาทะลุกรอบที่เคลื่อนไหวแรง
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
เทรดเดอร์จำนวนมากจะเข้าเทรดเฉพาะราคาทะลุกรอบขาขึ้นที่ยืนเหนือ EMA 200 วัน เพื่อเทรดตามทิศทางของเทรนด์หลัก
รูปภาพ – Bollinger Band บีบตัวก่อนทะลุกรอบ

การเทรดราคาทะลุกรอบต้องใช้เงินเท่าไร
การเทรดราคาทะลุกรอบไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก
สิ่งสำคัญอยู่ที่การควบคุมความเสี่ยง ไม่ใช่ขนาดของบัญชี
● หุ้น : $500 – $2,000 ถือว่าเหมาะสม
● คริปโต : พอร์ตเล็กก็เทรดได้ แต่ต้องรับความผันผวนสูงขึ้น
กฎง่ายๆ ช่วยปกป้องเงินทุน
เสี่ยงไม่เกิน 1 – 2% ของเงินในบัญชีต่อการเทรดแต่ละครั้ง
การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ แต่การขาดทุนจำนวนมหาศาลไม่ควรเกิดขึ้น
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ #2 (สังเกตจากตลาดจริง)
“ความล้มเหลวของการเทรดราคาทะลุกรอบไม่ได้เป็นเพราะกลยุทธ์ไม่ดี แต่เกิดจากการที่เทรดเดอร์ลงเงินเยอะเกินไปในจังหวะที่ราคาพลิกกลับ“
การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ทำให้อยู่รอดได้
รูปแบบราคาทะลุกรอบทั่วไปที่เทรดเดอร์นิยมใช้
โครงสร้างราคาทะลุกรอบบางแบบมักเป็นแพทเทิร์นที่เกิดขึ้นซ้ำ
| รูปแบบ | คำอธิบาย |
| สามเหลี่ยมมุมเงย | จุดต่ำสุดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บีบเข้าหาแนวต้าน |
| สามเหลี่ยมมุมก้ม | จุดสูงสุดที่ต่ำลงเรื่อยๆ บีบเข้าหาแนวรับ |
| ราคาหลุดกรอบ | จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ราบเป็นระนาบเดียวกัน |
| รูปแบบธง | ราคาพุ่งแรงตามด้วยการแกว่งตัวในกรอบแคบ |
ไม่จำเป็นต้องเข้าเทรดทุกรูปแบบ เชี่ยวชาญแค่รูปแบบเดียวก็เพียงพอ
แง่มุมทางจิตวิทยากับการเทรดราคาทะลุกรอบ
การเทรดราคาทะลุกรอบเป็นการทดสอบความอดทนมากกว่าทักษะ
ส่วนใหญ่แล้วกราฟแทบไม่ขยับ จากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะตกขบวนและรีบเข้าเทรดแบบไม่คิด
เทรดเดอร์ที่อยู่รอดจะทำสิ่งต่อไปนี้
● รอการยืนยันก่อนเข้าเทรด
● ยอมรับเทรดที่พลาด
● ตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว
เมื่อควบคุมอารมณ์ได้ก็จะสามารถตัดสินใจเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปส่งท้าย
การเทรดราคาทะลุกรอบเป็นการปล่อยให้ราคายืนยันทิศทางก่อนตัดสินใจเข้าเทรด
หากโฟกัสระดับราคาที่ชัดเจน รอการยืนยันจากการปิดแท่งเทียนที่แข็งแกร่ง และควบคุมความเสี่ยงให้ดี การเทรดราคาทะลุกรอบจะจัดการได้ง่ายขึ้นและไม่ใช้อารมณ์นำทาง
ไม่จำเป็นต้องเทรดตามทุกการเคลื่อนไหว แค่โฟกัสกับจังหวะเข้าเทรดที่ตรงตามแผนอย่างสม่ำเสมอ
