0 min read 

วิธีการจัดการความเสี่ยงที่นักเทรดกำลังใช้สามารถกำหนดผลลัพธ์ของการเทรดทั้งหมดได้ ในบล็อกนี้ เรามักเน้นย้ำว่ามันคือสิ่งสำคัญที่สุดและนักเทรดต้องคิดเกี่ยวกับมันก่อนเข้าสู่ตลาด แต่ สิ่งที่นักเทรดต้องทำจริงๆ เพื่อพัฒนากลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพคืออะไร? มี 8 วิธี ที่อาจช่วยจัดการการขาดทุนและแต่ละขั้นตอนอาจช่วยนักเทรดให้เข้าใกล้วิธีการเทรดที่มีสติและมีความรับผิดชอบมากขึ้นได้

1. การเลือกวิธีการจัดการเงินทุน

มี 2 วิธี ในการจัดการเงินทุน แนวทางอนุรักษ์นิยมสำหรับนักเทรดที่ระมัดระวังและแนวทางเชิงรุกเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ ไม่ว่าวิธีไหนที่นักเทรดเลือก สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

วิธีการแบบอนุรักษ์นิยมหมายถึงการลงทุนไม่เกิน 1% ของยอดคงเหลือของนักเทรดในหนึ่งดีลและใช้ไม่เกิน 3% ของยอดคงเหลือทั้งหมดในครั้งเดียว นี่หมายความว่านักเทรดสามารถเปิดดีลได้สูงสุด 3 ดีลในครั้งเดียว และจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดสำหรับดีลต้องไม่เกิด 3% ของยอดคงเหลือบัญชี วิธีการนี้ถูกใช้กันมากโดยนักเทรดมือใหม่เพราะว่าใช้เงินไม่มากในการเทรด

ยกตัวอย่าง หากยอดคงเหลือทั้งหมดของนักเทรดคือ $100 พวกเขาสามารถเทรดได้ด้วย 3% ของยอดคงเหลือต่อครั้งเท่านั้น – คือจำนวน $3 พวกเขาสามารถเปิดได้สูงสุด 3 ดีล ดีลละ $1 

วิธีการเชิงรุกมากขึ้นแนะนำให้ลงทุนสูงสุด 5% ในดีล และใช้ไม่เกิน 15% ของยอดคงเหลือต่อครั้ง วิธีนี้ทำให้นักเทรดสามารถเปิดได้ 3 ดีล ดีลละ 5% ต่อครั้ง วิธีนี้มักถูกใช้โดยนักเทรดที่มีประสบการณ์มากกว่าที่รู้กลยุทธ์การเทรดและสินทรัพย์ของพวกเขาเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนั้น นักเทรดต้องกระจายความเสี่ยงของพวกเขาจึงทำให้โอกาสการขาดทุนของพวกเขาไม่เกิน 5%

2. การกระจายสินทรัพย์

การเลือกเพียงหนึ่งหรือสองสินทรัพย์และทำการเทรดแต่กับสินทรัพย์พวกนั้นสามารถเป็นเรื่องเสี่ยงได้ ตลาดไม่สามารถคาดเดาได้และการเปิดหลายดีลบนสินทรัพย์เดียวกันอาจสร้างความสูญเสียที่ไม่จำเป็น นักเทรดที่มีประสบการณ์เลือกสินทรัพย์อย่างน้อย 4-5 ชนิด เลือกตราสารที่แตกต่างกัน (เช่น หุ้น และฟอเร็กซ์, เงินดิจิตอล และ ETF) ที่มีให้ใช้งานที่เวลาแตกต่างกัน ดังนั้นเงื่อนไขการเทรดจะแตกต่างกันเล็กน้อย ความหลากหลายดังกล่าวบนพอร์ตของนักเทรดทำให้พวกเขาสามารถจัดการความสูญเสียและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้

3. การค้นหาจุดเข้าเทรดที่เหมาะสม

แม้ว่าไม่มีทางมั่นใจ 100% เกี่ยวกับการเข้าดีล แต่มีวิธีที่จะกำหนดโอกาสที่ดีกว่า รวมถึงการใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิค, การติดตามข่าวสาร และอาศัยข้อมูลที่ได้รับมากกว่าสัญชาตญาณ การเข้าตลาดควรดำเนินการพร้อมการจัดการความเสี่ยง – การปกป้องเงินทุนเริ่มต้นอาจง่ายกว่าการเสียมันไปและพยายามทำเงินก้อนใหม่

4. การเทรดกรอบเวลาระยะยาว

ตัวชี้วัดมีประโยชน์อย่างมาก แต่พวกมันไม่ได้มอบสัญญาณที่สมบูรณ์เสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจทำให้เข้าใจผิดในกรอบเวลาระยะสั้น (เว้นแต่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการเทรดระยะสั้น) นั่นคือสาเหตุว่าทำไมนักเทรดมือใหม่ต้องยึดติดกับการเทรดบนกรอบเวลาระยะยาว การเทรดระยะสั้นมีความเสี่ยงกว่ามาก นักเทรดมักละเลยเครื่องมือการวิเคราะห์ที่เหมาะสม และอาศัยสัญชาตญาณของพวกเขาเอง ซึ่งมักจบลงด้วยการสูญเสีย การตั้งเป้าหมายไปที่ระยะยาวทำให้สามารถพัฒนากลยุทธ์และวิเคราะห์สินทรัพย์ได้ดีขึ้น กระนั้น ช่วงเวลาการเทรดที่ใช้มักขึ้นอยู่กับวิธีที่ชอบของนักเทรด

8 เทคนิคการจัดการเรื่องเงิน

5. การป้องกันความเสี่ยง

เทคนิคการป้องกันความเสี่ยงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่พยายามจัดการความเสี่ยง การป้องกันความเสี่ยงคือการเปิดตำแหน่งตรงข้ามบนสินทรัพย์เดียวกันเพื่อปกป้องเงินทุนในกรณีที่ราคาสินทรัพย์ไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น นักเทรดอาจเปิดตำแหน่ง “ซื้อ” และ “ขาย” บนสินทรัพย์เดียวกันเพื่อป้องกันการคาดการณ์ที่ผิดพลาด

การป้องกันความเสี่ยงสามารถช่วยจัดการการขาดทุนได้ แต่มันอาจเป็นการตัดโอกาสที่จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก วิธีนี้อาจเหมาะกับนักเทรดที่มีประสบการณ์มากกว่า เพราะมันต้องใช้การฝึกฝน

6. ขีดจำกัดการเทรด

นักเทรดที่มีประสบการณ์ทำตามกฎของตัวเลขเมื่อเป็นเรื่องของการเทรดประจำวัน หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดคือการกำหนดขีดจำกัดสำหรับจำนวนดีลต่อวัน หรือขีดจำกัดสำหรับจำนวนดีลที่ไม่ประสบความสำเร็จติดต่อกัน ขีดจำกัดนี้สามารถช่วยชีวิตได้เมื่อนักเทรดเหนื่อยล้าและเริ่มมีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง การหยุดพักระหว่างช่วงการเทรดเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับมือกับปัจจัยทางจิตวิทยาที่อาจเป็นอันตรายต่อการเทรดของนักเทรด อาจช่วยให้นักเทรดรวบรวมความคิดของตน ปล่อยความตึงเครียด และเตรียมจิตใจสำหรับการเทรดอีกครั้งในภายหลัง

7. การวิเคราะห์ข้อผิดพลาด

ตามสถิติ 95% ของนักเทรดไม่วิเคราะห์ผลงานของพวกเขาและไม่ติดตามดีลของพวกเขา นี่หมายความว่าพวกเขาไม่ตระหนักถึงความผิดพลาด และดังนั้นเองไม่สามารถแก้ไขมันได้ การติดตามการลงทุนทั้งหมด ผลลัพธ์ของพวกเขา คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับวิธีการเทรดที่มีประสิทธิภาพ มิเช่นนั้นนักเทรดจะต้องทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

8. การถอนกำไรเป็นประจำ

ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน (อะไรก็ตามที่นักเทรดรู้สึกสบายใจ) สิ่งสำคัญคือต้องถอนส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ (30-50%) เพื่อที่จะรู้สึกว่าประสบความสำเร็จและเห็นผลลัพธ์ แม้ว่าจำนวนเงินจะไม่มาก แต่ก็จะป้องกันไม่ให้นักเทรดหมดกำลังใจ และจะช่วยเน้นส่วนที่สำคัญของการเทรด นั่นคือการสร้างผลลัพธ์

8 เคล็ดลับนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับกลยุทธ์ที่สมดุล แนวทางที่รอบคอบและมีสติเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงกิจวัตรการเทรดและเห็นผลลัพธ์เมื่อเวลาผ่านไป

ไปยังแพลตฟอร์ม