0 min read 

คุณเพิ่งตัดสินใจอย่างมีสติและตั้งใจให้การเทรดเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณใช่หรือไม่? หากคำตอบคือใช่ คุณอาจมีคำถามมากมาย และคำถามที่สำคัญที่สุดคือ “เทรดอย่างไร?” คุณไม่ใช่คนแรกที่สงสัยว่าอะไรคือสิ่งแรกที่นักเทรดต้องทำ คุณต้องค้นหาด้วยตัวเอง แต่บทความนี้ได้รวมคำตอบที่สำคัญที่สุดและแนวคิดเกี่ยวกับวิธีการเทรดทั่วไป

พื้นฐานของการเทรด

การเทรดทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม IQ Option ถูกดำเนินการด้วย Contracts For Difference (CFD) หมายความว่าคุณเปิดดีล คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์จริงๆ แต่ลงทุนกับการเปลี่ยนแปลงราคาของสินทรัพย์ ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ หากคุณสามารถคาดการณ์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ถูกต้อง คุณจะได้รับเงินลงทุนคืนพร้อมกับพรีเมี่ยมบางส่วน (จำนวนเงินที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย) หากการคาดการณ์ของคุณผิดพลาด เงินลงทุนจะถูกหักจากบัญชีของคุณ

มีดีล 2 ประเภท ได้แก่ Long และ Short คุณเปิดตำแหน่ง Long โดยการคลิกซื้อ (Buy) หมายความว่าคุณคาดว่าราคาสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้น หากต้องการเปิดตำแหน่ง Short คุณต้องคลิกขาย (Sell) หมายความว่าคุณคาดว่าราคาสินทรัพย์จะลดลง สังเกตได้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาทั้งเชิงบวกและเชิงลบ

คลิก “ซื้อ” หรือ “ขาย” เพื่อเปิดดีล

ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ที่เทรด ดีลสามารถปิดโดยอัตโนมัติ (ดีลที่มีเวลาหมดอายุ) หรือเปิดดีลไว้จนกระทั่งคุณปิดด้วยตัวเอง (ดีลที่ไม่มีเวลาหมดอายุ) เมื่อคุณเปิดดีลที่ไม่มีเวลาหมดอายุ คุณสามารถเปิดได้นานเท่าที่ต้องการ และปิดดีลเมื่อไรก็ตามที่คุณคิดว่าเหมาะสม อ้างอิงตามกลยุทธ์การเทรดของคุณ คุณยังสามารถใช้เครื่องมือเช่น Take Profit, Stop Loss และ Trailing Stop เพื่อปิดดีลอัตโนมัติเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งทำให้คุณสามารถควบคุมอัตราส่วนความเสี่ยง-ผลตอบแทนที่ต้องการได้ดีขึ้น

วิธีวิเคราะห์ตลาด

การตัดสินใจที่คุณทำเกี่ยวกับทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตจะกำหนดผลลัพธ์ของดีล ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของสินทรัพย์ที่คุณกำลังเทรด หาความรู้โดยการดูวิดีโอฝึกเทรด (สามารถพบได้บนแพลตฟอร์มการเทรด) และอ่านบทความต่างๆ สิ่งสำคัญคือคุณต้องเข้าใจวิธีการและสิ่งที่เทรดก่อนจะจัดสรรเงินเพื่อการเทรด คุณต้องทำอย่างไรเพื่อให้คาดการณ์ได้ถูกต้อง? การวิเคราะห์ตลาดทำได้ 2 วิธีหลักๆ ได้แก่ การวิเคราะห์ทางเทคนิค และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะอาศัยข่าวตลาดและรายงานรายได้ หรือกล่าวได้ว่า ปัจจัยที่ไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรงบนกราฟราคา วิธีการวิเคราะห์นี้มักมีผลกับดีลระยะยาว แต่สามารถช่วยคาดการณ์ความผันผวนฉับพลันได้ ในสถานการณ์ที่ราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว

การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะอ้างอิงการเปลี่ยนแปลงของราคาเพื่อคาดการณ์อนาคต การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้ตัวชี้วัดที่มีการคำนวณพิเศษกับกราฟเพื่อช่วยค้นหาแนวโน้ม ทิศทาง ความแข็งแกร่ง ความผันผวน และอื่นๆ คุณสามารถใช้ตัวชี้วัดหลายตัวพร้อมกันเพื่อดูภาพรวมก่อนสร้างดีลต่อไป ข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค นอกเหนือจากกลยุทธ์และคู่มือสามารถดูได้บนกราฟราคา

เข้าถึงตัวชี้วัดโดยการคลิกปุ่มมุมซ้ายล่าง

นี่คือวิธีผสมการวิเคราะห์ 2 ประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ

การวิเคราะห์ทั้งสองประเภทสามารถชี้ให้เห็นพฤติกรรมของสินทรัพย์ในอนาคต แต่จำไว้ว่าไม่มีการวิเคราะห์ใดที่สามารถคาดการณ์ได้แม่นยำ 100% ตลอดเวลา การวิเคราะห์ทุกประเภทบางครั้งสามารถให้สัญญาณที่ผิดพลาดเนื่องจากลักษณะที่ผิดปกติของตลาดการเงินโลก อนาคตไม่สามารถกำหนดได้ ตัวตลาดเองก็เช่นกัน หน้าที่ของคุณในฐานะนักเทรดคือใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้รับจากตลาดให้มากที่สุด

ทำอย่างไรจึงจะสูญเสียอย่างเหมาะสม

ในการเทรดไม่สามารถรับประกันว่าจะทำเงินได้ตลอดเวลา เพราะความสูญเสียย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้ นักเทรดไม่ควรเรียนรู้แต่การชนะเท่านั้น แต่ควรรู้จักการสูญเสียอย่างเหมาะสมด้วย

อยู่กับความจริงที่ว่าผลลัพธ์ทางการเงินมาจากความพยายามในการเทรดของคุณ ถามตัวเองว่า “หากการเทรดเป็นเรื่องง่าย แล้วทำไมคนอย่าง Warren Buffett ถึงใช้เวลาเป็นสิบปีเพื่อสร้างตัว” การเทรดไม่ใช่สิ่งที่จะให้รวยได้เร็ว แต่มันคือการเดินทางช้าๆ อย่างมั่นคง คุณควรทำความเข้าใจว่ากระบวนการเทรดมีความสำคัญเพราะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ได้รับ และการเรียนรู้จะทำให้ทักษะของคุณพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

อย่าตื่นเต้นมากเกินไป พยายามควบคุมตัวเองให้ตัดสินใจอย่างมีสติ แม้ว่าจะถูกอารมณ์พาไปก็ตาม เมื่อคุณเริ่มอ่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบ คุณจะลดโอกาสการคาดการณ์ที่ถูกต้องและทำให้เกิดความผิดพลาด

การทำงานของ Stop Loss / Take Profit

เริ่มต้นด้วยเงินจำนวนไม่มาก ค้นหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับคุณและพัฒนาแผนการเทรด เมื่อกลยุทธ์ของคุณพร้อมแล้ว ให้ทำตามกลยุทธ์เหล่านั้น และอย่าปล่อยให้จิตใจล่องลอย อย่าลืมทำตามกฎการจัดการความเสี่ยง เพราะมันเป็นสิ่งที่สามารถสร้างและทำลายดีลของคุณได้ กฎการจัดการความเสี่ยงจะช่วยป้องกันเงินของคุณ และทำให้คุณกลายเป็นนักเทรดที่มีเป้าหมาย

คำถามมากมายจะเกิดขึ้นขณะที่คุณเรียนรู้ความซับซ้อนของการเทรด อ่านบทความบนบล็อกของเราหากคุณต้องการพัฒนาทักษะ ยิ่งอ่านมาก ยิ่งได้เรียนรู้มาก ยิ่งทำให้เส้นทางในโลกการเงินของคุณง่ายมากขึ้น คุณจะได้เรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป รู้สึกมั่นใจและใจเย็นมากขึ้น สิ่งสำคัญคือคุณต้องเริ่มต้นก้าวแรก

เริ่มต้นเทรด